สภาวธรรมแอดมินฝึกหัดขั้น 2 สัปดาห์ที่ 1 : กลุ่มรวงข้าว

แอดมินฝึกหัดขั้น 2 สัปดาห์ที่ 1 : กลุ่มรวงข้าว

กลุ่มรวงข้าว ได้พากเพียร รวมพลังฝึกงานเขียนทุกสัปดาห์ที่คุรุได้สอนไป หมู่เห็นว่าควรนำผลงานนักศึกษา ส่งเป็นการบ้านในหมวดหมู่ของสภาวธรรมด้วย

วันที่ 24 – 30 มีนาคม 2564


640327 สภาวธรรมพี่น้องกลุ่มรวงข้าว

1. อรวิภา กริฟฟิธส์ (อร)

อายุ 52 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ อาศัยอยู่ ประเทศออสเตรเลีย

จากการฟังพี่น้องกลุ่มอื่นตรวจงานของกลุ่มรวงข้าวเราในสัปดาห์นี้กลุ่มตะวันรับภาระ ฟังพี่น้องชี้ขุมทรัพย์ไปก็ตรวจใจตัวเองไปเหมือนกันนะคะว่าเรามีชอบชังในคำวิจารณ์นั้นหรือเปล่า ก็ไม่มีนะคะ รู้สึกขอบคุณพี่น้องที่เอาภาระ บางทีเราคิดว่าเราทำกันดีที่สุดแล้วนะเพราะก่อนจะส่งก็มีการรวมตัวกันตรวจงานในกลุ่มเรา แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่ ก็จะนำคำแนะนำของพี่มาปรับปรุงในงานของเราในครั้งต่อ ๆ ไปค่ะ

ส่วนบรรยากาศในห้องเรียนช่วงแลกเปลี่ยนสภาวธรรมก็เป็นไปด้วยความเป็นพี่น้องกันจริง ๆ ใครมีข้อไม่สบายใจอะไรก็นำมาเปิดเผยให้หมู่ช่วยกันสังเคราะห์เพื่อประโยชน์ในการประมาณการกระทำของเรา เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ดีขึ้นค่ะ

2. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์ (พร)

อายุ 48 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ อาศัยอยู่ ประเทศเยอรมนี

สัปดาห์นี้พวกเรา ได้รับความเมตตาจากพี่น้องกลุ่มตะวันได้ตรวจงานให้พวกเรา รู้สึกว่าพี่น้องได้เอาภาระและขยันขันแข็งกันดีมากเลยค่ะ งานของตัวเองที่พี่น้องได้แนะนำมาคือการพิมพ์ผิด ซึ่งก่อนที่จะส่งก็ได้ให้พี่น้องกลุ่มรวงข้าวตรวจอยู่หลายรอบ และพี่น้องในกลุ่มเองก็ยังช่วยกันตรวจ แต่พี่น้องกลุ่มตะวันก็ยังสามารถตรวจหาคำผิดเจอจนได้ ยอมรับในความละเอียดและเอาใจใส่ของพี่น้องในครั้งนี้ค่ะ

ในช่วงเวลาที่พี่น้องได้ให้คำชี้แนะถึงข้อบกพร่องของงานตัวเอง ก็ได้ดูใจตัวเองตลอดเวลาว่ารู้สึกอย่างไร เห็นใจตัวเองอยากจะเสนอแทรกพี่น้องและบอกว่า “ขอบพระคุณมากค่ะ ครั้งต่อไปจะพยายามดูให้หลายรอบมากกว่านี้” แต่ก็บอกตัวเองว่าไม่ควรพูดแทรกขณะที่พี่น้องกำลังรายงาน กิเลสก็ฟังแต่โดยดีค่ะ

การที่มีพี่น้องกลุ่มอื่นมารับภาระในการตรวจงานให้กับกลุ่มรวงข้าวทำให้ต้องรอบคอบและละเอียดในการทำงานให้มากขึ้นเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของพี่น้องกลุ่มรวงข้าวและพี่น้องกลุ่มที่จะมาตรวจ การทำงานเริ่มสนุกและเข้มข้นมากขึ้น ในแต่ละสัปดาห์พวกเราได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้นทำให้ตัวเองต้องพัฒนางานนอกให้ดียิ่งขึ้น และจิตวิญญาณของตัวเองก็จะต้องปฏิบัติควบคู่กันไปพร้อมกัน ขอปฏิบัติธรรมล้างกิเลสไปในขณะทำงานงานค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านคุรุ พี่น้องหมู่กลุ่มทุกท่านที่ให้ความรู้และข้อชี้แนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ค่ะ สาธุ

3. ขวัญจิต เฟื่องฟู (สร้างสงบ)

อายุ 42 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ อาศัยอยู่ ประเทศเยอรมนี

วันนี้ไม่ได้เข้าเรียนเพราะต้องไปทำธุระ ตอนเเรกคิดว่าจะเข้าห้องเรียนทันเเต่ดูเวลาเเล้วคงไม่ทัน รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เข้าห้องเรียน ยิ่งพี่น้องเขียนเล่าสภาวธรรมยิ่งกระตุ้นต่อมอยากรู้ เเต่คิดว่าท่านคุรุท่านคงอัดคลิปไว้เหมือนทุกครั้ง อนุโมทนาสาธุกับพี่น้องทุกท่านค่ะ

4. ณัฐพร คงประเสริฐ (ต้อม)

อายุ 53 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 3 จ.ปทุมธานี อาศัยอยู่ กทม.

ทีมรวงข้าวมีพี่น้องที่เข้าร่วมประชุมมากทุกครั้ง รวมทั้งครั้งนี้ด้วย พี่น้องที่มาใหม่ก็พากเพียรเรียนรู้ไปกับเราอย่างขยันขันแข็ง ทั้งงานนอกงานในแม้เราจะประชุมกันสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ใครพลาดก็ผ่านแล้วผ่านเลย แต่ระหว่างสัปดาห์เรามีเนื้องานที่ทุกท่านเอาภาระไปทำมาส่งเท่าที่จะสามารถทำได้ ด้วยความสมัครใจ ซึ่งก็ประเมินค่ารวมของทีมได้ว่าเราปรับตัวทำการบ้านกัน จนเริ่มเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตปกติของเราไปแล้ว ทำให้ทีมรวงข้าวเริ่มพึ่งตนได้ด้วยการสานพลังของหมู่มิตรดีร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน

แม้ในบางขณะจะมีพี่น้องสลับกันยุ่งกับกิจกรรมในส่วนตนบ้างก็เป็นสีสันของชีวิตที่ต้องพบเจอทั้งสภาพที่ดี ๆ และ ไม่ดี ที่ย่อมเกิดกับทุก ๆ คน เราก็ยังมาสานพลังกันได้อยู่เป็นสัปดาห์ที่ 14 แล้ว และเป็นสัปดาห์ที่พิเศษขึ้นมาหน่อย คือ ทีมคุรุปรับระดับความรับผิดชอบ หรือขยายขอบข่ายของงานเพิ่มขึ้น ในส่วนของการเพิ่มรูปภาพประกอบเอง และต้องตรวจงานเพื่อนด้วย

การต้องเรียนรู้การทำงานในเชิงเทคนิคแบบนี้ไปพร้อม ๆ กับการทำ workshop ทั้งส่วนตนและส่วนของหมู่กลุ่ม เพื่อเพิ่มทักษะความชำนาญซ้ำ ๆ สามารถเทียบเคียงได้กับการทำงานภายในไปพร้อมกันได้อย่างดีทีเดียว เพราะการเจอวงรอบของผัสสะแบบคล้ายเดิม ทำให้เราชำนาญการมากขึ้นทั้งงานนอกงานใน ทำให้เราได้ลับคมปัญญาได้มากยิ่งขึ้น ตัวชี้วัดที่ดีที่สุด คือ สภาพความผาสุกในใจของเรา แม้เมื่อเจอผัสสะต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบใจให้หวั่นไหวมากน้อยเพียงใด เราก็พากเพียรเอาปัญญาไปสู้กับกิเลสแบบไม่ย่อท้อ แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ผลก็ได้อย่างที่ว่านั้นได้จริง งานนอกงานในก็ทำไป ปรับไปแก้ไปแบบไม่ทุกข์ใจมันดีจริง ๆ มาพิสูจน์กันได้เลย ใครทำใครได้จริง ๆ สาธุค่ะ

 5. ประคอง เก็บนาค (คอง)

อายุ 44 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 8 ภาคเหนือ อาศัยอยู่ จังหวัดเชียงราย

สัปดาห์นี้เริ่มการทำงานในกระบวนการที่เพิ่มขึ้น คือ ต้องตรวจสอบเนื้อหา รูปภาพ และเผยแพร่งานของกลุ่มได้เองแล้ว ซึ่งก่อนนี้คุรุประจำวิชาแอดมินฝึกหัดจะเป็นผู้เผยแพร่ในเว็บไซต์สถาบันวิชชารามให้ พี่น้องในกลุ่มก็เพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วนขึ้นกันอย่างสุดความสามารถด้วยปัจจัยอื่น ๆ ที่จะเอื้ออำนวย อีกทั้งยังได้รับมอบหมายให้ตรวจงานของแอดมินฝึกหัดกลุ่มอื่นด้วย ซึ่งพี่น้องกลุ่มรวงข้าวก็จัดสรรเวลาตามที่จะสามารถทำได้ร่วมกันสังเคราะห์งาน บรรยากาศการทำงานสัปดาห์นี้ก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน เบิกบานยินดี แม้พวกเราจะประชุมกันโดยใช้แอปพลิเคชันทางออนไลน์แบบใช้ฟรี ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องเวลาในแต่ละรอบการประชุม แต่พี่น้องก็มิได้ย่อท้อ พากเพียรประชุมกันในหลาย ๆ รอบ ขออนุโมทนากับพี่น้องทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ

6. สุดใจ โสะหาบ (นิด)

อายุ 54 ปี​ นักศึกษาวิชชาราม บ้านเกิดเป็นคนจังหวัดตรัง แต่ปัจจุบัน ทำงานบริษัท​อยู่ที่ กทม.

เมื่อวันอังคารตอนเลิกงานเห็นพี่น้องกลุ่มแอดมินยังประชุมกันอยู่ก็เลยถามไปในกลุ่มว่าจะเข้าไปสังเกตการณ์ได้มั้ยเพราะยังไม่เคยเข้าไปในกลุ่มใหญ่​ เข้าแต่กลุ่มที่ตัวเองเป็นสมาชิกอยู่​น้องในกลุ่มบอกว่าได้​ เลยตัดสินใจเข้าไป​ น้อง ๆ ในกลุ่มก็นำเสนอผลงานแลกเปลี่ยนตรวจงานกันก็มีแก้ไขบ้างเป็นเรื่องธรรมดา​ น้อง ๆ แต่ละคนก็ตรวจงานกันอย่างสบาย ๆ เป็นกันเองเป็นแบบพี่แบบน้องผิดก็ยอมรับผิดไปตามเนื้องาน ​ส่วนตัวเองยังไม่กล้าให้ความคิดเห็นได้แค่รับฟังเพราะยังไม่มีความรู้ในเรื่องนี้แค่ได้ช่วยตรวจงานพร้อมหมู่กลุ่มเท่านั้น ​แต่การได้เข้ามาในกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นได้ฟังคุรุได้ฟังน้อง ๆ ที่แสดงความคิดเห็นทั้งด้านงานและด้านจิตใจ​ทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น​ จะนำไปปฏิบัติตามเท่าที่ทำได้ค่ะ​ ขอขอบคุณคุรุและน้อง ๆ ทุกคนค่ะ​ สาธุค่ะ

7. ศิริพร คำวงษ์ศรี (หมู)

อายุ 35 ปีสังกัด สวนป่านาบุญ 9 จ.สุพรรณบุรี อาศัยอยู่ กทม

หลังจากที่ได้ประชุมและเข้าเรียนวิชาแอดมินฝึกหัดในครั้งนี้ ก็รู้สึกสนุกสนานในการเล่าสภาวธรรมเกี่ยวกับความยึดมั่นถือของตนเอง ได้สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับความรู้คำสอน และเล่าปัญหาที่เคยได้พบเจอมา รู้สึกใจเบิกบานที่คุรุและพี่น้องหมู่มิตรดีทุกท่านช่วยกันให้ข้อมูล สังเคราะห์ แบ่งปันสภาวธรรมของตนเอง ทำให้ได้รับฟังหลากหลายมุมมองของชีวิต และธรรมะของแต่ละท่าน เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตของตนด้วย

ในส่วนงานนอก รู้สึกไม่ได้จริงจังมาก เพราะเห็นสัจธรรมอันแสนตลกของผู้ปฏิบัติธรรมมาหลายครั้ง คือ ทำงานด้วยความมุ่งหมายอย่างดีที่สุดจริง ๆ ตรวจงานกันละเอียดก่อนส่งงานจริง ๆ แต่พอส่งงานไปแล้ว สุดท้ายก็ยังมีข้อผิดพลาดอยู่ดี ใจเราก็ไม่อยากส่งงานผิดพลาดหรอก เพราะมีกิเลสติดความสมบูรณ์แบบอยู่เยอะมาก แต่พอสุดท้ายมันก็ยังพลาดอยู่ดี จึงเห็นความเมตตาของวิบากดีร้ายของเรา ที่ไม่ยอมให้เราได้สมใจ ไม่ให้เราต้องติดกับความสมบูรณ์แบบในการทำงาน ให้ได้ฝึกยอมรับความผิดพลาดของตนเอง เพื่อที่จะยอมรับความผิดพลาดของผู้อื่นให้ได้เช่นกัน ไม่มีใครอยากพลาด ทุกท่านทำทุกสิ่งอย่างดีที่สุดแล้ว แต่เมื่อวิบากเข้ามา บางครั้งเหมือนเราจะเห็นทุกอย่างแล้ว นึกว่าไม่พลาด สุดท้ายวิบากก็บังไม่ให้เห็นจุดพลาดได้เช่นกัน ไม่มีใครเอาชนะวิบากดีร้ายได้ นอกจากความเข้าใจในปัจจุบัน ยอมรับและทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ พลาดก็ได้ พร่องก็ได้ ยิ่งไม่สำเร็จ ยิ่งดี ยิ่งวิบากลด กิเลสตาย ได้กุศล ได้ลดอัตตาความยึดมั่นถือมั่นในการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรานั้นต้องการมาเพื่อฝึกให้หมดตัวหมดตน ไม่เอาอะไรทั้งนั้นจากโลกนี้ สาธุและอนุโมทนาบุญกับทุกท่านค่ะ

บทความแนะนำ

1 thought on “สภาวธรรมแอดมินฝึกหัดขั้น 2 สัปดาห์ที่ 1 : กลุ่มรวงข้าว”

  1. นางบัณฑิตา โฟกท์ แบม มุกแสงธรรม

    อนุโมทนากับพี่น้องกลุ่มรวงข้าวทุกท่านค่ะ สาธุ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *