สภาวธรรมแอดมินฝึกหัด 2 สัปดาห์ที่ 4 : กลุ่มรวงข้าว

สภาวธรรมแอดมินฝึกหัด 2 สัปดาห์ที่ 4 : กลุ่มรวงข้าว

กลุ่มรวงข้าว ได้พากเพียร รวมพลังฝึกงานเขียนทุกสัปดาห์ที่คุรุได้สอนไป หมู่เห็นว่าควรนำผลงานนักศึกษา ส่งเป็นการบ้านในหมวดหมู่ของสภาวธรรมด้วย

วันที่ 14 – 20 เมษายน 2564


640417 สภาวธรรมพี่น้องกลุ่มรวงข้าว

1. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์ (พร)

อายุ 48 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ อาศัยอยู่ ประเทศเยอรมนี

วันนี้เป็นวันที่พี่น้องแต่ละท่านได้มาเปิดใจคุยกันเกี่ยวกับเรื่องงานและสภาวะที่ได้รับจากการทำงานและผัสสะที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ว่าจะเป็นทั้งทางร่างกายและจิตใจ รับรู้ได้เลยว่าพี่น้องมีความพากเพียรที่จะมาร่วมบำเพ็ญด้วยความยินดี พอใจและมุ่งมั่นเต็มที่ แต่เนื่องด้วยแต่ละท่านก็มีวิบากกรรมที่แตกต่างกัน เมื่อวิบากมาเยี่ยม และมาตลีเทพสารถีท่านมาเตือน ก็ต้องรับฟังและน้อมรับด้วยความยินดี รับแล้วก็หมดไปแล้วเราก็จะโชคดีขึ้น ตัวเองก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องเราผ่าวิกฤตไปให้ได้นะคะ สู้ ๆ

ส่วนตัวเองก็จะพากเพียรทำกุศลกับพี่น้องไปเท่าที่วิบากกรรมดียังมีผลอยู่ ท่านอาจารย์สอนพวกเราว่าทำวิบากดี (กุศล) มาก ๆ เพื่อจะให้วิบากร้ายถอยออกไปอยู่ห่าง ๆ เพราะเมื่อวิบากท่านมาเยือนแล้ว เราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธท่านได้เลยจะต้องน้อมรับไปด้วยความยินดีเลย

สัปดาห์นี้พวกเราทำงานเสร็จเร็วกว่าทุกครั้ง จึงมีเวลาที่จะได้แลกเปลี่ยนสภาวธรรมกันนานกว่าที่ผ่านมา ครั้งนี้ท่านคุรุดิณห์ก็ได้ให้เกียรติเข้ามาร่วมกิจกรรมกับพวกเราก็ได้รับบรรยากาศที่อบอุ่นดี ค่ะ ขออนุโมทนาบุญกับพี่น้องกลุ่มรวงข้าวทุกท่านที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่ามาแบ่งปันสภาวธรรมในกิจกรรมครั้งนี้ค่ะ สาธุ

2. สุดใจ โสะหาบ (นิด)

อายุ 54 ปี​ นักศึกษาวิชชาราม บ้านเกิดเป็นคนจังหวัดตรัง แต่ปัจจุบัน ทำงานบริษัท​อยู่ที่ กทม.

ได้เข้าไปร่วมประชุมกับกลุ่มเพื่อนที่จะไปช่วยตรวจงานกับน้อง ๆ แต่รอบนี้งานไม่เยอะมากน้อง ๆ ก็ตรวจเสร็จแล้วพร้อมส่งก็เลยใช้เวลาที่เหลือเล่าสภาวธรรม​แต่ละคนมีเรื่องอะไรก็จะได้เปิดใจคุยกันได้รับฟังเรื่องราวของน้อง ๆ แต่ละคนพูดด้วยความมั่นใจและมีความจริงใจมีอะไรก็ให้อภัยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน​ ส่วนตัวเองช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมากลับบ้านต่างจังหวัดก็ไม่ได้ส่งการบ้านและก็ไม่ได้เข้าร่วมกับกลุ่มเพราะมีเหตุปัจจัยหลายอย่างจึงขออภัยหมู่กลุ่มด้วยค่ะ​

ตอนนี้กลับมาทำงานปกติแล้ว​ คิดว่างานประจำที่ตัวเองทำอยู่ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเป็นงานเดิม ๆ แค่รับผิดชอบทำให้เสร็จตามที่เขากำหนดในแต่ละเดือนเราก็ได้ผลตอบแทนมาก็แค่นั้นไม่ได้พัฒนาตัวเองในด้านอื่น ๆ ที่ยังทำไม่ได้​อีกมากและตอนนี้ฟ้าคงจะเปิดโอกาสให้ได้เข้ามาร่วมกับน้อง ๆ ในกลุ่มซึ่งแต่ละคนเป็นผู้ที่มีความสามารถ​ ส่วนตัวเองไม่มีความสามารถด้านนี้เลยแต่ก็จะขอฝึกปฏิบัตตาม​ อย่างน้อยขอฝึกให้ตัวเองเลิกกลัวให้มีความกล้าที่จะพูดกล้าที่จะทำในสิ่งที่ดี ๆ ด้วยใจที่เป็นสุขให้ได้​ ส่วนงานด้านอื่นพี่จะพยายามศึกษาและเรียนรู้ตามเท่าที่จะทำได้ค่ะ​ สาธุค่ะ

3. ขวัญจิต เฟื่องฟู (สร้างสงบ)

อายุ 42 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ อาศัยอยู่ ประเทศเยอรมนี

อาทิตย์นี้สร้างตัดสินใจไม่ได้ส่งงาน หลังจากตรวจใจว่ากดดันตัวเองมากเกินไปเเละอยากทำงานทุกอย่าง ทั้งงานราช งานหลวง เรื่องเรียนก็อยากเข้าร่วมทุกห้อง เห็นว่าตัวเองโลภเเละเบียดเบียนตัวเองมากเกินไปเเล้ว จึงใช้วิธีเบรคตัวเองโดนการหยุดส่งงานก่อน เเต่ขอเข้าร่วมเรียนเเละอยู่กับพี่น้องหมู่กลุ่มต่อไป เมื่อพร้อมเมื่อไรจะกลับมาทำต่อ วันเสาร์ก็ได้คุยเเลกเปลี่ยนสภาวธรรมกับพี่น้องหมู่กลุ่มเเละได้เจ้งให้พี่น้องทราบ หลังจากเล่าให้พี่น้องฟัง รู้สึกว่าตัวเองโล่ง เบาสบายอย่างบอกไม่ถูก เเละกราบขอบพระคุณพี่น้องทุกท่านที่เมตตาเเละให้คำเเนะนำค่ะ อนุโมทนาสาธุค่ะ

4. อรวิภา กริฟฟิธส์ (อร)

อายุ 52 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ อาศัยอยู่ ประเทศออสเตรเลีย

ในการนัดกันตรวจงานครั้งนี้ไม่ได้เข้าร่วม มีวิบากต้องทำงานกะยาวซึ่งปกติทำกะสั้น แต่ก็ได้ไปตรวจไปอ่านการบ้านบ้าง
สำหรับตนเองแม้ไม่ได้เข้าร่วมแต่ก็ไว้ใจพี่น้องยินดีรับวิบากร่วมทุกอย่าง เพราะทุกคนก็ต้องการทำดีที่สุดที่ทำได้ด้วยใจที่บริสุทธิ์ จะมีวิบากดีร้ายก็เป็นผลกรรมร่วมกัน ยินดีรับ เต็มใจรับ และเต็มใจให้มันหมดไป

สัปดาห์นี้ทำงานติดต่อกันและด้วยเวลาที่เปลี่ยนทำให้เวลาร่วมบำเพ็ญกับหมู่ลดลง แม้ตัวไม่ได้มาแต่ก็ส่งพลังใจมาร่วมเสมอ และเห็นตัวเองไม่มีความกังวลว่าพี่น้องจะมีมติอะไรคือพร้อมรับและทำตามมติหมู่อยู่แล้ว สัปดาห์นี้ส่งการบ้านไปชิ้นเดียวแต่ก็มีใจยินดีส่งชิ้นเดียวก็ดีแล้วมันจัดสรรเวลาได้เท่านั้น แม้ไม่ได้เข้าก็ติดตามพี่น้องทางไลน์อยู่นะคะ เห็นพี่น้องบำเพ็ญกันอย่างเบิกบานเราก็มีจิตอนุโมทนาด้วย ก็ยินดีด้วยนะคะ ส่วนตัวเองก็รับใช้วิบากด้วยความยินดีเช่นกัน แต่ก่อนมีอาการห่วงหาอาลัยอาวรณ์นะไม่อยากไปทำงาน แต่เมื่อเราต้องทำก็ทำด้วยใจที่ยินดีมันก็มีความสุขกว่า

รู้สึกว่าร่างกายก็ดีขึ้นมาก แต่ก่อนความดันโลหิตต่ำมาก 87/56 แต่เมื่อวันก่อนวัดได้ที่วัดได้ที่ 91/66 ก็ดีขึ้น แต่ไม่ได้มีความกังวลใจในเรื่องความดันโลหิต เอาใจตรวจเวทนา เบากายมีกำลังอยู่ ผาสุกดี อนุโมทนากับพี่น้องทุกท่านค่ะ สาธุค่ะ

5. ศิริพร คำวงษ์ศรี (หมู)

อายุ 35 ปีสังกัด สวนป่านาบุญ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี อาศัยอยู่ กทม.

รู้สึกดีมากที่พี่น้องและตนเองได้ร่วมบอกความรู้สึกซึ่งกันและกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ค้างคาใจกัน จริง ๆ แล้วงาน คือ เปลือกนอกเพื่อเชื่อมภายในให้เห็นความชอบความชัง ที่มีการเกิดดับตลอดเวลา เราไม่จำเป็นต้องยึดว่าเราเป็นหรือไม่เป็นอะไร ทั้งหมดแค่ให้มาล้างความเอาตัวเอาตนของเรานั่นเอง

ได้เรียนรู้ว่าพุทธะจะไม่ใจร้อนให้เอาดีจากใคร หรือจากสิ่งใด เพื่อให้เกิดดีสำเร็จดั่งใจเราหมายทั้งนั้น กระแสทุกอย่างจึงเป็นไปตามธรรม ทำให้ไม่ต้องรู้สึกว่าเราต้องดีให้ทันใจใคร เพื่อสร้างพลังงานที่ดีที่เบาสบาย ไม่บีบคั้นตนเองและผู้อื่น ได้เล่าให้พี่น้องฟังว่าชอบเขียนบทความ แต่ได้สัจจะว่า ถึงจะได้ทำสิ่งที่ชอบ แต่หากมีสิ่งอื่นที่จำเป็นต้องทำในเวลานั้น ๆ เราก็ต้องยอมทิ้งการทำสิ่งที่ชอบได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดและความสมดุลของชีวิตเราและโลก แต่ใจก็ได้ตั้งจิตที่จะร่วมสู้ไปกับหมู่มิตรดี เพราะเป็นหนทางที่ดีสูงสุด สาธุค่ะ

6. ประคอง เก็บนาค (คอง)

อายุ 44 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 8 ภาคเหนือ อาศัยอยู่ จังหวัดเชียงราย

สัปดาห์นี้พวกเราสามารถทำงานเสร็จได้รวดเร็วกว่าทุกครั้ง ทำให้เวลาที่พวกเรานัดหมายกันมาประชุมประจำทุกวันเสาร์จึงมีแต่การสรุปกายใจหลังจากการทำงานในสัปดาห์นี้กัน อีกทั้งท่านคุรุดิณห์ท่านได้เมตตาสร้างลิงก์ในการประชุมให้กับพวกเราด้วย ทำให้การประชุมเป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้น พี่น้องแต่ละท่านได้แบ่งปันเล่าสภาวธรรมจากการทำงาน ได้เปิดใจ กล้าแสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็นต่อหมู่กลุ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการคลายใจซึ่งกันและกัน

มีพี่น้องบางท่านได้ขอลาพักการทำงานกลุ่ม เนื่องจากเกิดภาวะเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย แม้กระนั้นก็จะขอเข้ามาร่วมพบปะพูดคุย ทักทาย ติดตามข่าวคราวกับหมู่กลุ่มเหมือนเดิม พี่น้องในกลุ่มก็ได้ช่วยให้กำลังใจ และส่งใจไปร่วมด้วยช่วยกันให้พี่น้องท่านนั้นหายป่วยได้ในเร็ววันตามแต่วิบากของท่านและของหมู่กลุ่ม ครั้งนี้มีประเด็นที่พี่น้องร่วมสังเคราะห์กันในกลุ่มแล้วยังกำหนดสัญญาร่วมกันไม่ได้ จึงต้องนำประเด็นไปหารือกับหมู่ใหญ่ในการประชุมตรวจงานกลุ่มแอดมินฝึกหัด CTA102 ซึ่งทางคุรุและหมู่ใหญ่ได้ร่วมกันสังเคราะห์ แสดงความเห็นกันจนสามารถคลี่คลายในทุก ๆ ประเด็นกันไปได้ ขออนุโมทนาสาธุกับทุก ๆ การบำเพ็ญของพี่น้องทุกท่านด้วยค่ะ

7. ณัฐพร คงประเสริฐ (ต้อม) ร้อยรักธรรม

อายุ 53 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 3 จังหวัดปทุมธานี อาศัยอยู่ กทม.

การทำงานในแต่ละสัปดาห์ก็มีมีผัสสะที่มากระทบใจให้ได้เห็นตัวกิเลสที่ซ่อนอยู่ในใจ ตั้งสติคิดทบทวนในโทษของการตามใจกิเลสและประโยชน์ของการไม่ตามใจกิเลส ทำให้ได้เห็นความต่างของสภาพทุกข์จริงและสภาพของความผาสุกแท้ที่เราได้เห็นสัจจะความจริงที่แท้จริง เหมือนเราได้แหวกม่านหมอกของกิเลสออกมาได้ ได้พบเห็นสภาพอนัตตาเล็ก ๆ และรู้สึกเบา โล่ง สบายใจ แม้รู้ว่าสภาพนี้ยังไม่เที่ยง แต่เข้าใจสรรพสิ่งที่อยู่รอบกาย ที่ไม่มีสภาพเที่ยง ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิตย์ เห็นกิเลสหลอกให้เราโง่ ไปยึดเกาะ ยึดติด เสียพลังงาน แรงกาย แรงใจ เสียเวลาเปล่า เหนี่ยวนำให้ผู้อื่นเสียเวลาไปด้วย

เราจะจำสภาพแบบนี้ไว้สู้กับกิเลสตัวเดิมให้ได้สภาพที่เที่ยงยิ่งขึ้น เมื่อได้พลังเพิ่มขึ้นก็จะนำไปสู้กับกิเลสตัวต่อไปยามเมื่อเหตุปัจจัยครบพร้อม ขอบคุณหมู่มิตรดี ที่มาร่วมมารวมกัน ให้มีองค์ประกอบที่ดีเช่นนี้ พอเหมาะพอควรให้ได้ฝึกฝนในการล้างกิเลสในตนจริง ๆ อนุโมทนาสาธุค่ะ

บทความแนะนำ

Leave a Reply

Your email address will not be published.