ความเชื่อเรื่องกรรม : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

ความเชื่อเรื่องกรรม : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

เชื่อและชัดเรื่องกรรมจะนำไปดับทุกข์ได้ พอเราเจอเรื่องดี ๆ เข้ามา ก็ให้เรารู้เลยว่า นี่คือความดีที่เราทำมา แต่พอมีโรคมีเรื่องร้ายเข้ามาในชีวิต ก็ให้คิดว่านี่คือวิบากร้ายที่เราทำมา ไม่ต้องกังวลใจเพราะวิบากนั้นจะมาเป็นชุด ๆ ไม่ได้อยู่ตลอด มาแล้วก็หมดไป


คนไม่พ้นทุกข์เพราะไม่เชื่อชัดเรื่องกรรม

เรื่องกรรม คือ ท่านอาจารย์หมอเขียวกล่าวไว้ว่า “ความเชื่อเรื่องกรรมของเรา จะนำไปดับทุกข์ได้ พอ เราเจอเรื่องดี ๆ เข้ามาก็ให้เรารู้เลยว่า นี่คือความดี วิบากกรรมดีที่เราทำมา จะในชาตินี้หรือชาติก่อนก็ตาม ไม่ต้องกลัว เพราะเรารู้แล้วว่าพลังความดีของเรามีเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครแย่งชิงเราไปได้ เพราะมีเท่าไหร่เขาก็ให้เราเท่านั้น หมดฤทธิ์แล้วก็ดับไป เราอยากได้รับดีมาก ๆ เราก็ทำดีมาก ๆ แต่พอมีโรคมีเรื่องร้ายเข้ามาในชีวิต ก็ให้คิดว่า นี่คือวิบากกรรมร้ายที่เราทำมา ไม่ต้องกังวลใจเพราะวิบากนั้นจะมาเป็นชุด ๆ ไม่ได้อยู่ตลอด มาแล้วก็หมดไป”

จากข้อความข้างต้นที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้ คนใกล้ตัวของผู้เขียนท่านเล่าให้ฟังว่า น้องชายของท่านอยู่ดี ๆ ก็มาชี้หน้าด่าท่านกับคุณแม่ เกือบจะถึงขั้นลงไม้ลงมือทำร้ายท่าน ขนาดคุณแม่ของตนเองก็ยังด่าว่า เสมือนตัวเองไม่ใช่ลูกของท่านอย่างนั้นแหละ คนใกล้ตัวท่านนี้ได้เล่าต่อไปอีกว่า เขามีศักดิ์เป็นลูก และ เป็นน้องชายของตนเองแล้วทำไมเขาถึงไม่เคารพแม่และพี่สาว  ทั้ง ๆ ที่ตนเองกับคุณแม่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย ไม่รู้สาเหตุด้วยซ้ำไป ว่าทำไมเขาถึงต้องมาด่า และแสดงกิริยาที่ก้าวร้าวต่อคุณแม่และตนเองอย่างนั้น

ผู้เขียนฟังครั้งแรกก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ณ เวลานั้นยังไม่ได้คิดไปถึงเรื่องของวิบากกรรมของท่านนี้กับคุณแม่ของท่าน คิดแต่เพียงว่า น้องชาย(ลูกชาย) ของคนใกล้ตัวท่านนี้ไม่น่าจะทำได้ขนาดนั้น แต่พอฟังคนใกล้ตัวกับคุณแม่ของท่านเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ผู้เขียนเลยถึงบางอ้อเลยค่ะว่า นั่นคือวิบากกรรมของท่านนี้กับแม่ของท่านที่จะต้องชดใช้ โดยวิบากกรรมของท่านได้ไปยืมร่างกายของน้องชาย(ลูกชาย)ของท่านมาเพื่อเอาคืน

รอบแรกผู้เขียนได้อธิบายให้ท่านทั้ง 2 ฟัง แต่เหมือนดังที่ท่านอาจารย์หมอเขียวได้สอนผู้เขียนมา ว่า วิบากกรรมของท่านทั้ง 2 ไปยืมร่างกายของคนอื่นมา เพื่อจะให้ท่านชดใช้คืน แต่ท่านทั้ง 2 ยังไม่เข้าใจ พอผู้เขียนได้อธิบายอีกเป็นรอบที่ 2 ท่านเริ่มจะเข้าใจและคล้อยตามว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นั่นแหละ จากความโกรธและความแค้นที่มีต่อน้องชาย 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ลดลงเหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ และท่านก็บอกว่า ถ้าผู้เขียนไม่มาพูดเรื่องวิบากกรรมให้ฟังก็คงจะติดใจ แค้นน้องชายตัวเองไปถึงขนาดตายก็ไม่ต้องมาเผาผีกันเลยละ แต่พอได้ยินเรื่องวิบากกรรม ใจที่กำลังโกรธโมโหและเคียดแค้นก็เบาลงอย่างเห็นได้ชัด และท่านก็ยังพูดอีกว่า ดีเหมือนกัน วิบากกรรมของเรา เราก็คงแสบสุด ๆ จริง ๆ นั่นล่ะ เขาถึงตามมาเอาคืนขนาดนี้ ใช้ให้แล้วนะวิบากกรรม หมดกันแล้วนะเรื่องนี้ ส่วนคุณแม่ของท่าน ท่านก็ให้อภัยลูกชาย ท่านบอกว่าจะทำอะไรกับแม่ก็ทำไปเถอะ ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละ คุณแม่ของคนใกล้ตัวผู้เขียนได้กล่าวในที่สุด

พอผู้เขียนได้ทำหน้าที่ฟังและแนะนำท่านทั้ง 2 ตามที่ได้เรียนมากับท่านอาจารย์หมอเขียวแล้ว รู้สึกว่าตัวเองมีพลัง มีความสุข และได้กล่าวคำอนุโมทนาบุญกับท่านทั้ง 2 ที่ได้ดวงตาเห็นธรรม และเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้า รู้ว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนพาให้คนพ้นทุกข์จริง และเข้าใจเรื่องวิบากกรรมว่ามีจริง เพราะอยากมากก็ทำให้ใจที่กำลังเดือดเป็นไฟลดลงได้ เรื่องวิบากกรรมมีจริงผู้เขียนขอยืนยัน สาธุ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *