กระจกตาเป็นแผล (Coneal Ulcer) หายได้ด้วยแพทย์วิถีธรรม : บัณฑิตา โฟกท์

กระจกตาเป็นแผล (Coneal Ulcer) หายได้ด้วยแพทย์วิถีธรรม : บัณฑิตา โฟกท์ มุกแสงธรรม

ต่างประเทศ (สวนป่านาบุญ 6)


การปฏิบัติ

ก่อนจะได้รู้จักแพทย์วิถีธรรม ข้าพเจ้ามีอาการเคืองตา แสบตา มีน้ำตาไหล เมื่อเจอแสงแดดแม้เล็กน้อยจะสู้แสงไม่ได้ แพทย์แผนปัจจุบันวินิจฉัยว่าข้าพเจ้าเป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง ไม่มียารักษาให้หายขาด มีแต่ประคับประคอง ไปเรื่อย ๆ ส่วนอาการเคืองตา ตรวจแล้วพบว่ากระจกตาเป็นแผล และตาแห้งมาก มีสิทธิ์ตาบอดได้ รักษาโดยใช้น้ำตาเทียม และ ห้ามออกแดดจ้าต้องใส่แว่นกันแดดตลอด รักษา อยู่ประมาณสามปีอาการทรง ๆ ทรุด ๆ และมีอาการเพิ่มขึ้นมาอีกคือ เปลือกตาบนล่างอักเสบเหมือนสิวหัวช้าง มีอาการปวดบวมแดงร้อน ทรมานมาก จนทำให้ไม่สามารถทำงานได้ข้าพเจ้าได้ไปพบจักษุแพทย์ที่เยอรมนีได้ยามาป้ายแต่ก็ไม่ดีขึ้น เมื่อต้นปี 2556 ข้าพเจ้าได้รู้จักแพทยวิถีธรรมและท่านอาจารย์หมอเขียวทางยูทูบและได้ปฏิบัติตัวตามคือ

1.ฟังธรรมะที่ท่านอาจารย์บรรยายและกราบลงตรงหน้ายูทูบ ระลึกถึงท่านอาจารย์หมอเขียวด้วยความเคารพและศรัทธา ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ทางจิตวิญญาณ มีความศรัทธาในองค์ความรู้แพทย์วิถีธรรมอย่างแรงกล้า และก็ได้สำนึกผิดขอโทษขออโหสิกรรม ต่อวิบากกรรมที่เราพลาดทำมาให้มีอาการเจ็บป่วยที่ตา และวางใจว่า จะหายช้า หรือเร็วก็ได้ ไม่กังวล ไม่เร่งผล

2.งดเนื้อสัตว์ งดอาหารรสจัด

3.หยอดตาด้วยน้ำปัสสาวะและดื่มน้ำปัสสาวะ

4.ทานอาหารตามลำดับปรับสมดุลร้อนเย็นตามที่ท่านอาจารย์สอน ด้วยความตั้งมั่น จริงจัง และจริงใจ

เพียงสามวัน อาการเปลือกตาอักเสบยุบลงทันทีตาที่เคืองและแสบก็ทุเลาลงมากไปทำงานได้ตามปกติ เป็นเรื่องอัศจรรย์มากจนอยากจะ กลับเมืองไทยทันที เพื่อไปกราบคารวะและกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอเขียวที่ได้คิดค้นองค์ความรู้ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมขึ้นมา และอยากจะแนะนำแพทย์วิถีธรรมให้ญาติพี่น้องที่ไทยและพี่น้องคนไทยที่อยู่เยอรมนีได้รู้จักเพื่อจะได้เป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพตัวเอง แต่ก็ได้ทำตามคำสอนท่านอาจารย์คือ ทำความผาสุกที่ตนช่วยคนที่ศรัทธาจึงปฏิบัติคนเดียวพิสูจน์คนเดียวไปก่อนเป็นเวลาหนึ่งปี

ผลของการดูแลด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม

ผลการดูแลปฏิบัติตัวตามสม่ำเสมอต่อเนื่องตั้งแต่ ปีพ.ศ.2556 ถึงปัจจุบัน ปีพ.ศ.2564 คือ ไม่มีอาการแสบตา เคืองตา ไม่มีอาการเปลือกตาอักเสบบวมแดงร้อนขึ้นมาอีก ตาสู้แสงแดดจ้าได้โดยไม่ต้องใส่แว่นกันแดด และไม่ได้ไปพบจักษุแพทย์อีกเลยค่ะ

สภาวธรรม

ตอนที่มีอาการทางตาก่อนเจอแพทย์วิถีธรรมนั้นตนเองมีความกลัว กังวล หวั่นไหว กลัวว่าตัวเองตาจะบอด แต่เนื่องจากได้ฝึกปฏิบัติธรรมตามครูบาอาจารย์ท่านอื่นมาบ้าง จึงได้วางใจว่าจะเป็นอะไรก็ให้เป็นไป และพยายามหาวิธีดูแลตัวเองด้วยวิธีต่าง ๆ มีฝึกชี่กง-โยคะ-พิลาทิสเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายและทำให้คลายความกังวลใจเกี่ยวกับอาการที่ตาลงบ้าง ช่วยได้ระดับหนึ่ง เมื่อได้มาเจอแพทย์วิถีธรรมและท่านอาจารย์หมอเขียวแล้วได้ปฏิบัติตาม พบว่าอาการทางตาของเราหายเป็นปลิดทิ้งช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงยิ่งนัก ความกลัว กังวล หวั่นไหวหายไป เกิดความเคารพและศรัทธาองค์ความรู้ศาสตร์การแพทย์วถีธรรมสุดหัวใจและได้เลือกทางเดินชีวิตตั้งแต่ตอนนั้น ว่าจะดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์วิถีธรรมตลอดชีวิตเพราะเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก และที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งกว่านั้นอีกคือ ได้พบเจอครูบาอาจารย์ทางธรรมที่สอนให้รู้จักธรรมะที่ถูกต้องถูกตรงตามพระพุทธเจ้า เหมือนเราตามหาท่านมาทั้งชีวิตตอนนี้เจอแล้ว จึงได้พากเพียรเรียนรู้ตามทั้งเพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน สุดความสามารถเท่าที่จะทำได้

กราบขอบพระคุณอาการเจ็บป่วยที่ตาในครั้งนั้น ที่นำพาให้เราได้พบเจอครูบาอาจารย์ ขอตั้งจิตกราบระลึกถึงคุณงามความดีท่านอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน บิดาแห่งองค์ความรู้แพทย์วิถีธรรมอย่างสูงยิ่งค่ะ มีความรู้สึกว่า ท่านอาจารย์ได้มาเปิดทั้งตานอกและตาในให้(เปิดตานอกคือ ได้รู้เทคนิคการดูแลอาการทางตาในการปรับสมดุลร้อนเย็นทำให้ตามองเห็นปกติ ส่วนเปิดตาใน คือ ได้รู้ธรรมะที่เข้าใจง่ายนำมาดับทุกข์ใจได้ เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง)

Leave a Reply

Your email address will not be published.