ต้องกล้าในการทำดี : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ต้องกล้าในการทำดี : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ความกล้าในการทำดี ล้างกิเลสนั้น คือสภาพที่ต้องเสี่ยงไปที่ที่ไม่รู้จัก เรารู้แค่มันดีจากคำสอนของครูบาอาจารย์ แต่กิเลสจะบอกว่ามันไม่ดี นั่นคือสิ่งที่ยากยิ่งนัก


ต้องกล้าในการทำสิ่งดี
ละอายและเกรงกลัวในการทำสิ่งชั่ว
ชีวิตจึงจะพ้นทุกข์ได้

 

จากหนังสือ บททบทวนธรรม | หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน

กล้าในการทำสิ่งดี ความดีทั่ว ๆ ไป ก็เช่น รับผิดชอบตนเอง รับผิดชอบสังคม เสียสละ มีน้ำใจให้ผู้อื่น แบบที่ลึกขึ้นมาคือกล้าที่จะถือศีล ปฏิบัติตามกรอบของศีล กล้าขึ้นมาอีกก็คือถือศีลแล้วล้างกิเลสนี่แหละ ทำดี เลิกทำชั่วไปในตัว ให้ผลเป็นใจที่พ้นทุกข์โดยลำดับอีกด้วย

แต่ในบทความนี้จะเปรียบเทียบการกล้าในการทำสิ่งดีอีกมุมหนึ่งที่คนดีทั่วไปไม่ค่อยกล้าทำ คือ ห่างไกลคนพาล ซึ่งเป็นมงคลข้อแรกในมงคล 38

คนพาล มีการเพ่งโทษเป็นกำลัง (กำลัง 8) ถ้าเราเจอคนเพ่งโทษถือสา นั่นหมายถึงเรากำลังเผชิญกับคนพาล ดังนั้นการห่างไว้ถือเป็นสิ่งที่เป็นมงคลต่อชีวิต ซึ่งมันจะง่ายถ้าคนพาลนั้น เป็นคนหยาบ เป็นคนไม่มีชื่อเสียง ไม่มีอำนาจ เพราะอะไรที่มันไม่ดี คนทั่วไปเขาก็จะตัดกันได้ง่าย ๆ แต่ถ้ามีลาภมาแลก เช่น แม้เขาจะพาล จะผิดศีล แต่ถ้าอยู่กับเขาก็จะได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ จะทำดีต่อไปได้อีกมากมาย กิเลสมันก็หลอกคนให้คนไปแบบนั้นได้เป็นธรรมดา

ยิ่งยากเข้าไปอีกเมื่อมีชั่วในดี คนจะมองออกยาก ต้องมีตาทิพย์ คือต้องเห็นอาการที่ท่าจะไม่ดี มีหูทิพย์ คือได้ยินสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่เข้าท่า คือไปในทางกิเลสนั่นแหละ แน่นอนว่า ทั้งตาและหู ก็ควรจะต้องมองตัวเอง แต่การใช้ชีวิตก็ต้องมองภายนอกด้วยเช่นกัน ไม่ใช่หลับหูหลับตาเดิน หรือคบหาสมาคมกับใครโดยไม่ดู

พระพุทธเจ้าให้ห่างไกลคนพาล คบบัณฑิต การปฏิบัติธรรมจะเกิดสภาพนี้ขึ้นมาโดยลำดับ คือมีธรรมะ 2 หมายถึงมีสองสิ่งเปรียบเทียบให้เลือก อันนี้ทางหนึ่ง นั่นก็อีกทางหนึ่ง จะเลือกทางไหน ดีทั้งคู่ แล้วดีไหนดีกว่ากัน ก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าจากตัวเลือกนั้น ทีนี้เวลาผีเข้าหรือกิเลสเข้าเนี่ย มันจะไม่กล้าเลือกทางที่ดีหรอก แม้จะมีข้อมูลมากพอแล้ว แต่กิเลสจะกันเอาไว้ ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าห่างออกมาจากคนชั่ว

จากประสบการณ์ของผมที่เคยใกล้คนพาล พบว่า ขุนไม่ขึ้น ตรงกับคำกล่าวของอาจารย์หมอเขียวที่ว่า “อย่าเสียเวลากับคนกิเลสหนาที่ขุนไม่ขึ้น” ตอนแรกก็โง่อยู่นาน มั่นใจในความฉลาดของตน มั่นใจในกำลังของตนเอง สุดท้ายเสียเวลาไปเปล่า ๆ แถมยิ่งไปยุ่ง คนพาลก็ยิ่งเพ่งโทษถือสาเพิ่มขึ้นอีก แทนที่จะใช้วันเวลาไปเพิ่มกุศลวิบาก ก็เหมือนเอาทุนที่มีไปทำให้มันขาดทุน ติดลบ เป็นหนี้ ก่อเวรก่ออกุศลกรรมขึ้นไปอีก ดังนั้นบทความนี้จึงสรุปการกล้าทำดีในมุมห่างไกลคนพาล ทั้งในและนอก คือกิเลสในตน และคนกิเลสหนา ซึ่งก็ควรจะปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน

จากที่ได้ทดลองปฏิบัติมา ก็พบว่าชีวิตนั้นพ้นทุกข์ได้โดยลำดับ พ้นห้วงเวลาสีเทาที่ชีวิตดูไม่มาไม่ไป ตกต่ำ หุ้นตก เพียงแค่กล้าที่จะเลือกทำสิ่งดี คือไปอยู่ในที่ที่สมควรจะอยู่ ไม่อยู่ในจุดที่ไม่ควรอยู่



บททบทวนธรรมโดย อาจารย์หมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *