มรณสติ : อภินันท์ อุ่นดีมะดัน

มรณสติ : นายอภินันท์ อุ่นดีมะดัน (ก๊อบ สื่อศีล)

อีสาน


บทสรุปชีวิต

ชีวิตปัจจุบันมีความเข้าใจสัจจะ ความจริงของชีวิตมากขึ้น มากขึ้น ตามลำดับๆ

  • – เข้าใจว่าอะไรจริง อะไรลวง
  • – เข้าใจว่าอะไรดี อะไรไม่ดี
  • – เข้าใจว่าอะไรคือทางรอด อะไรคือทางตัน
  • – เข้าใจว่าอะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญ
  • – เข้าใจว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
  • – เข้าใจว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง

เมื่อพิจารณาชีวิต ณ ปัจจุบัน แล้ว หรือสึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ ที่ได้มาพบ ธรรมะของพระพุทธเจ้า ได้พบอริยสัจ4 ได้เข้าใจสัจจะ เข้าใจเรื่องกรรม ได้พบสัตบุรุษ ได้พบหมู่มิตรดี ได้พบสถานที่สัปปายะ คือองค์ประกอบที่สามารถ ถือศีล อธิศีล ได้ทำกุศล ได้ลดกิเลส ได้ทำกสิกรรมไร้สารพิษ ได้พบความผาสุกของชีวิต ตามลำดับๆ ครับ

เป้าหมายหรือความคาดหวังในชีวิต

ชีวิต ณ ปัจจุบัน มีความมั่นคง มีความอิ่มพอ ทุกข์น้อยลงและความผาสุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ความคาดหวังในชีวิต จะทำความดีให้มากขึ้น ทำเพื่อตัวเองน้อยลง ตามใจตัวเองน้อยลง ทำประโยชน์ให้ผู้อื่นมากขึ้น เพิ่มอธิศีลมากขึ้น เพียรมากขึ้น อดทนทำงานให้ส่วนรวมมากขึ้น ตั้งตนบนความลำบากในขีดที่เบิกบาน ตามกำลังปัญญา กำลังบารมีของตัวเอง เท่าที่จะทำได้ครับ

สิ่งที่ต้องรับผิดชอบในปัจจุบันที่ยังกังวล เป็นห่วง หนักใจอยู่

สิ่งที่ยังกังวลปัจจุบัน ก็คือทุกข์ทางใจที่ยังเหลือ กิเลสที่ยังเหลือ ทั้งกาม โลกธรรม และอัตตา ในเรื่องต่างๆทั่วไป เช่น เรื่องญาติ เรื่องกลัวป่วย กลัวตาย กลัวเจ็บ กลัววิบากเข้า กลัวคนเข้าใจผิดครับ แต่เป็นปริมาณที่น้อยกว่าเมื่อก่อนมาก และก็น้อยลงๆเรื่อยๆ ครับ

ฝากถึงคนข้างหลัง

อยากให้คนข้างหลังได้พบธรรมะ ได้เข้าใจความจริงตามความเป็นจริง ได้เดินทางสายเอก ทางเดียวสู่ความพ้นทุกข์ครับ

ความจริงแล้วโลกนี้ ไม่มีอะไรน่าอยู่ น่าเป็น น่ามี มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิด ทุกข์เท่านั้นที่ดับ ทุกอย่างไม่เที่ยง หมุนเคลื่อนไปตลอด สุดท้ายทุกอย่างก็จะดับไป ทุกคนไม่สามารถเอาอะไรไปได้

หากคนข้างหลังได้พบธรรมะ ได้ศึกษาธรรมะ ก็จะเข้าใจว่า ชีวิตไม่ควรประมาทเพลิดเพลิน เพราะชีวิตทุกชีวิตพัฒนามาจากความไม่รู้ หรืออวิชชา จึงทำให้ทุกชีวิตได้ทำชั่วมา หาที่ต้นที่สุดไม่ได้ ทุกชีวิตมีวิบากร้ายไล่ล่าตลอดเวลา เราไม่สามารถหนีพ้นวิบากกรรมที่เราเคยทำมาได้ ดังจะเห็นความจริงที่ว่า ทุกชีวิต ที่เกิดมามีทุกข์กายและเหตุการณ์รออยู่ คือทุกคนต้องแก่ ต้องเจ็บ และต้องตาย ไม่มีใครหนีพ้น แต่เราสามารถชะลอหรือกั้นวิบากร้ายด้วยวิบากดีได้ โดยการพากเพียรทำกุศลทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อได้องค์ประกอบที่ดีจากการทำกุศล ก็ช่วงชิงใช้องค์ประกอบที่ดีนี้ ในการเพิ่มศีลลดกิเลสไปด้วย

เมื่อเราลดกิเลสได้ เราจะสามารถดับทุกข์ใจได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ทุกข์กายกับเหตุการณ์เป็นแค่ฝุ่นปลายเล็บ เมื่อเทียบกับทุกข์ใจ คือทุกข์เท่ากับดินทั้งแผ่นดิน ถึงวันที่เราพ้นทุกข์ ลดกิเลสจนหมด ลดทุกข์ใจได้หมดแล้ว วิบากร้ายที่เข้ามา ในรูปแบบของทุกข์กายและเหตุการณ์ จะมากแค่ไหน ก็เป็นแค่ฝุ่นปลายเล็บครับ สาธุครับ


Leave a Reply

Your email address will not be published.