อปริหานิยธรรม กับ หมู่มิตรดี : ปิ่น คำเพียงเพชร

อปริหานิยธรรม กับ หมู่มิตรดี : ปิ่น คำเพียงเพชร

สาระสำคัญของการสอบไม่ได้อยู่ที่ได้คะแนนมากหรือน้อย แต่สาระสำคัญอยู่ที่ใจไร้ทุกข์ คนที่ไม่ทุกข์ไม่ว่าผลสอบจะออกมาอย่างไรนั่นแหละ คือคนเก่ง นั่นแหละคือสอบผ่าน


ความรู้สึกจากการสอบ วิชา Content Admin ครั้งแรก

ครั้งนี้เป็นการสอบครั้งแรกของวิชา Content admin และเป็นการสอบผ่านระบบ Google form ซึ่งเป็นการสอบที่ทันสมัยและไฮเทคสุด ๆ สามารถทราบผลสอบกันสด ๆ ทันที ภายในคลาสเรียนกันเลยทีเดียว เห็นบรรยากาศการสอบของพี่น้องเพื่อนนักเรียนในวันนี้แล้ว รู้สึกภาคภูมิใจและรู้สึกหายเหนื่อยแทนคุรุแต่ละท่านเลย นี่คือผลจากที่คุรุแต่ละท่านต่างก็ได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจและแรงปัญญาความสามารถของท่านอย่างเต็มที่เต็มแรงในการจัดให้มีกิจกรรมการเรียนการสอนคลาสนี้ขึ้นมา วันนี้มรรคผลปรากฏเป็นที่ชัดเจนแล้ว บรรลุเป้าหมายแล้ว คือลูกศิษย์แต่ละท่าน ต่างก็มีความเบิกบานยินดีและสนุกสนานกับการสอบในครั้งนี้มาก และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้มีการสอบแบบนี้อีก แล้วที่สำคัญคือ ในข้อสอบที่เป็นส่วนของสภาวธรรมนี่ คะแนนเต็มกันหมดเลย คือแต่ละท่านจะแม่นประเด็น ไม่เขวไม่หลงทาง ว่า เป้าหมายของการมาเรียนคืออะไร เพื่ออะไร

ปกติเวลาจะมีการสอบ ว.บบบ และ ส.วิชชาราม จะรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร เพราะวางใจตั้งแต่แรกแล้วว่าเราไม่รู้เป็นส่วนใหญ่แน่นอน แต่พอคุรุบอกจะมีการสอบวิชาแอดมิน รู้สึกมีการตื่นตัวเล็กน้อย เพราะตอนนั้นยึดว่าเป็นวิชาที่เรากำลังเรียน และใช้ทำงานกันอยู่เป็นปกติ ซึ่งทำให้รู้สึกว่าถ้าสอบไม่ได้นี่มันจะไม่สมศักดิ์ศรีคุรุ และนักเรียน

แต่พอคุรุบอกว่า การสอบของพวกเรา ไม่ต้องติว เอาสภาวะเอาความรู้เท่าที่มีตามจริง มีแบบไหนเท่าไหร่ก็ตามนั้นไปเลย ก็เลยวางใจและปิดสวิตช์เรื่องที่จะคิดไปขวนขวายหาข้อมูลหรือความรู้ใด ๆ เพิ่มเติม รวมถึงไม่ได้ไปเปิดอ่านหรือติดตามไลน์กลุ่มแล้วเราก็ไปบำเพ็ญงานอื่นต่อ จนมาทราบทีหลังว่า ที่จริงคุรุก็แจ้งข่าวอยู่ว่า ธงในการสอบในครั้งนี้เป็นเรื่องของอปริหานิยธรรม และพี่น้องก็ส่งคลิปเรื่องนี้เข้ากลุ่มเพื่อให้ได้ทบทวนกันด้วย แต่เราตกข่าวเพราะไม่ได้อ่านไลน์นั่นเอง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ใจอะไร

พอถึงช่วงสอบก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร ยิ่งพอเห็นข้อสอบยิ่งรู้สึกว่ามันชิวและสบายมาก ช่างเป็นการสอบที่รู้สึกว่าสนุกสนาน ไม่กดดันไม่เครียดเลย ยิ่งคุรุท่านพูดว่า การสอบเป็นเพียงยันต์พิธีเท่านั้น สาระสำคัญของการสอบไม่ได้อยู่ที่ได้คะแนนมากหรือน้อย แต่สาระสำคัญอยู่ที่ใจไร้ทุกข์ตามที่ครูบาอาจรย์สอน (อาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน) คนที่ไม่ทุกข์ไม่ว่าผลสอบจะออกมาอย่างไรนั่นแหละคือคนเก่ง นั่นแหละคือสอบผ่าน ยิ่งทำให้สอบด้วยความวางใจสบายใจได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

ความประมาทไม่รอบคอบ

แต่ก็ด้วยความที่รู้สึกว่ามันง่ายมันชิวนี่เองที่ทำให้เรา ประมาทและไม่รอบคอบ ในข้อสอบที่ต้องกา (ซึ่งเป็นเกือบทั้งหมดของข้อสอบทั้งหมดเลยทีเดียว) เราก็กาแบบรัว ๆ เร็ว ๆ โดยไม่พิจารณาไตร่ตรองให้ดีก่อน จึงทำให้กาผิดไป ถึง 4 ข้อเลย ซึ่งเมื่อมาทบทวนคิดย้อนดูดี ๆ ก็พบว่า แต่ละข้อนี่จริง ๆ เราไม่น่าจะผิดเลยด้วยซ้ำ เช่น ข้อที่บอกถูกทุกข้อ ตอนแรกอ่านแล้วก็เห็นว่าถูกทุกข้อนั่นแหละ แต่เราดันคิดเยอะว่าคุรุอาจจะสับขาหลอกแบบข้อสอบ ว.บบบ ก็เลยเลือกกาข้อเดียวไป อย่างข้อ “ผัด-มะเขือยาว-มังสวิรัติ” ก็เหมือนกัน ปกติเวลาทำงาน เราก็ทำแบบนี้อยู่ แต่ตอนเลือก ตอนนั้นข้อมูลในหัวล่าสุดที่คุรุบอกว่าทีมทุ่งนาซอยย่อยไปจนไม่เป็นประโยคก็เข้ามา ก็เลยเลือกกา “ผัดมะเขือยาว-มังสวิรัติ” ไป ส่วนเรื่องลิงก์เข้าแอคเคาท์ถ้าไม่คิดมากมันก็ต้องเลือกที่มีคำว่าแอดมินอยู่แล้ว แต่เราก็ไปเลือกที่ไม่มีเพราะรู้สึกว่าอันที่เลือกคุ้นตามากกว่า แต่ลืมพิจารณาไปว่าที่เราคุ้นอีกอันมากกว่าเพราะเราใช้เข้าอันนี้บ่อยกว่านั่นเอง เรื่อง Heading พอรู้ว่าเลือกผิดไป ข้อมูลที่เคยเรียนกับคุรุช่วงคลาสต้น ๆ ก็ขึ้นมาว่าอันไหนคือใหญ่สุด แต่ตอนเลือกความจำนี้มันหายไปไหนไม่รู้ อย่างนี้เป็นต้น แต่ถึงแม้ผลสอบจะออกมาได้ไม่เต็มก็ไม่รู้สึกทุกข์ใจอะไร และยังคงรู้สึกสนุกกับการสอบในครั้งนี้อยู่

อปริหานิยธรรมอยู่ในชีวิต

ในส่วนของข้อสอบที่เป็นข้อเขียน หลักอปริหานิยธรรม 7 เนื่องจากช่วงนี้ไม่ค่อยได้ฟังธรรมหมวดนี้จากอาจารย์เท่าไหร่แล้วก็ไม่ได้ทบทวนเพราะตกข่าวอย่างที่บอก ก็เลยจำชื่อข้อไม่ได้ แต่เนื้อหาของอปริหานิยธรรมมันอยู่ในชีวิตและกิจกรรมที่บำเพ็ญกับพี่น้องหมู่กลุ่มอยู่แล้ว ก็เลยตอบเป็นเชิงสภาวะไป หลังสอบมาฟังทบทวนและไปเปิดอ่านในธรรมพุทธสุดลึกย้อนหลังดู ก็พบว่าเนื้อหาที่เราเขียนลงไปก็ตรงกับหลักอปริหานิยธรรมข้อที่ 1 ซึ่งเป็นข้อที่เรารู้สึกประทับใจและได้ประโยชน์มากที่สุดนั่นเอง ส่วนคะแนนก็ให้เป็นหน้าที่ของทางทีมคุรุจะพิจารณา ไม่ว่าคะแนนจะออกมาอย่างไรก็ไม่ได้รู้สึกกังวลใจอะไร

สรุปการสอบในครั้งนี้ ในส่วนของงานนอกได้เห็นข้อพร่องของตนเองเรื่องของความไม่รอบคอบ ก็พร้อมนำกลับไปปรับปรุงแก้ไขตนเองในคราวต่อไป

ส่วนของใจ

ได้เห็นและได้เป็นส่วนหนึ่ง ของพลังร่วมที่เป็นพลังพุทธะของพี่น้องหมู่มิตรดี ทั้งจากคุรุทุกท่านและพี่น้องนักศึกษาทุกท่าน เป็นพลังพุทธะเป็นพลังอปริหานิยธรรม (ธรรมที่เจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมเลย อย่างที่อาจารย์หมอเขียวท่านได้นำพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระไตรปิฎกมาถ่ายทอดสอนสั่งเหล่าลูกศิษย์เสมอมา) ที่ครบองค์ประชุมที่สมบูรณ์และเป็นพลังที่ควบแน่นยิ่ง ๆ ขึ้นมาตามลำดับ ซึ่งก็เป็นไปตามศีลและการพากเพียรลดละล้างกิเลสของตนเองเป็นหลักของทั้งทีมคุรุและพี่น้องแต่ละท่านนั่นเอง สาธุ…

อีกอย่างคือรู้สึกผิดที่พอสอบเสร็จ ก็ไปส่งเสียงคุยกันกับพี่น้องโดยคิดว่าน่าจะเป็นการผ่อนคลาย แต่พอมานึกถึงในมุมของพี่น้องที่กำลังใช้สมาธิกับการสอบอยู่ คงจะไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายไปกับเรา พอคิดได้ก็รีบปิดไมค์และมาสำนึกผิดและขอขมาพี่น้องทีหลัง

กิจกรรมนี้เป็นบุญอย่างไร

กิจกรรมนี้เป็นบุญ เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำการงานที่ดีที่เป็นประโยชน์ร่วมกับพี่น้องหมู่มิตรดี เป็นองค์ประกอบของการขัดเกลาจิตวิญญาณให้เกิดการลดกิเลส ขณะทำก็มีความยินดีเบิกบานผาสุก

กิจกรรมนี้เป็นกุศลอย่างไร

กิจกรรมนี้เป็นกุศล เพราะเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ขณะทำก็ทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ตามภูมิ

สภาวธรรมจากการสอบเก็บคะแนนไตรมาสแรก | วิชา Contact Admin | ปิ่น คำเพียงเพชร
23 มีนาคม 2564

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *