ธรรมะกระดานดำ : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

ธรรมะกระดานดำ : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

คำจำกัดความของคำว่า “ขยัน” มี 2 แบบ คือ ตามใจกู และตามมติหมู่กลุ่ม ถ้าขยันแบบตามใจกู ก็มีแต่ซวยอย่างเดียว แต่ถ้าขยันแบบตามมติหมู่กลุ่ม จะมีแต่เจริญอย่างเดียว


 

รายการธรรมะกระดานดำ สมณะถักบุญ อาจิตปุญโญ งานปลุกเสกพระแท้ ๆ ครั้งที่ 42 ณ บวรราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน 2561

ท่านสมณะถักบุญท่านได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “ขยัน” มี 2 แบบ คือ

1. ขยันตามใจกู  2. ตามมติหมู่กลุ่ม

ท่านได้ขยายความว่า

ขยันแบบตามใจกู มันจะซวยแบบไม่มีวันสิ้นสุด ไม่ไปไหนมาไหน ทำอะไรไม่ถูก มันจะวนอยู่อย่างนั้น ส่วนขยันแบบตามมติหมู่กลุ่ม เป็นขยันที่เราต้องเลือกทำ เพราะถ้าเราอยากเจริญ อยากจะลดกิเลส อยากเป็นคนที่ถูกขัดเกลา หากสิ่งที่ทำลงไปเสียหาย ก็จะมีหมู่กลุ่มที่ช่วยกันรับผิดชอบ

จากคำกล่าวข้างต้น สำหรับตัวเองก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้าที่ตัวเองจะได้มาเจอแพทย์วิถีธรรมก็จะตัดสินใจทำอะไรทุกอย่างคนเดียว จึงทำให้ทั้งซวยทั้งมีกิเลสพอกหนา ยิ่งกว่าหมูสามชั้น ฮ่า ฮ่า เมื่อนึกย้อนหลังก็ต้องขอบคุณตัวเองและเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งดีและไม่ดีที่เป็นเหตุปัจจัยให้ได้มาเจอท่านอาจารย์หมอเขียวและแพทย์วิถีธรรม จากนั้นก็ได้มารู้จักกับบวรราชธานีอโศกเป็นลำดับ

ท่านสมณะถักบุญ ท่านเทศน์ได้โดนกิเลสตัวเองจริง ๆ ค่ะ เห็นได้ชัดเจนเลยว่า เมื่อก่อนที่ทำอะไรตามใจกิเลสแล้ว ได้สิ่งที่ต้องการนั้นมาสมใจ แต่ไม่นานเราก็อยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้มาใหม่อีก พอได้สิ่งที่สองมา เราก็อยากได้สิ่งที่สาม ที่สี่ที่ห้าไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันพอ แต่พอมีหมู่กลุ่ม ก็เห็นกิเลสตัวเองได้ชัดขึ้น มันก็มีหลายครั้งที่เราไม่เห็นด้วยกับหมู่กลุ่ม แต่การที่เราต้องการมาลดละความให้ได้ดั่งใจที่เคยได้มาตลอดนั้น ก็ต้องยอม อาจจะยอมแบบกดข่มในครั้งแรก ๆ แต่เมื่อได้ฟังเทศน์ท่านอาจารย์หมอเขียว และพี่น้องหมู่มิตรดีที่ได้ให้สัมมาทิฎฐิ จากที่เคยกดข่มกิเลสไว้ ก็ได้ใช้ปัญญาคุยกับกิเลสจนทำให้สามารถล้างกิเลสตัวนั้น ๆ ได้อย่างสบาย ๆ และได้เบิกบานค่ะ

ดังที่ท่านสมณะถักบุญได้เทศน์ว่า การปฏิบัติธรรมก็คือการฝืนความอยากในจิตของตน ลดความทุกข์ให้เหลือน้อยลงที่สุดเท่านั้นเอง และท่านยังเทศน์ต่อไปอีกว่า พระพุทธเจ้าได้ให้ทฤษฎีของศาสนาพุทธ คือ “อริยสัจ 4” แล้วท่านสมณะก็ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า นั่นก็คือตัวทุกข์ซึ่งเป็นตัวแรกที่ทุกคนต้องเรียนรู้ จากข้อความดังกล่าว ตัวเองก็ได้สภาวะว่า เมื่อมีทุกข์เกิดขึ้นกับตัวเอง ในทุกเหตุการณ์จะมีเหตุมาจากความอยากให้ได้ดั่งใจตัวเองทั้งนั้น และพอไม่ได้ดั่งใจก็จะทุกข์ พอได้น้อมคำสอนของท่านสมณะถักบุญมาพิจารณาแล้วมันใช่เลย เหมือนกับการทำงานตัวเองยอมรับว่าเป็นคนที่ขยันเอาจริงเอาจังในการทำงาน อยากทำงานให้ได้มาก ๆ และมีคุณภาพก็จะเร่ง ๆ ซึ่งถ้าไม่มีหมู่กลุ่มคอยชี้แนะและชะลอความเร็วลง ก็คิดว่าตัวเองก็จะเป็นหนึ่งในคนที่ซวยคนนั้นแน่นอนคะ

คุณอยากได้ความเครียดหรือความสุข (ขำ) ถ้าปฏิบัติธรรมแล้วเครียดระวังมะเร็งจะถามหา พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ปฎิบัติธรรมต้องเป็น ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ต่างหาก ท่านสมณะถักบุญเทศน์ก่อนจะจบรายการ ดังนั้นจึงใคร่ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านทั้งหลายมาปฏิบัติธรรมแบบมีความสุข  คือ ลดกิเลสด้วยใจที่เบิกบานกันดีกว่า เหมือนดังท่านสมณะท่านได้เทศน์ในงานปลุกเสกพระแท้ ๆ ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ที่พากเพียรในการลด ละ กิเลสที่มีในตนของทุกท่าน สาธุ

Leave a Reply

Your email address will not be published.