ทำดีแต่เบียดเบียนตัวเอง : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย สามารถดูแลตัวเองได้ด้วยยาเก้าเม็ดสูตรของท่านอาจารย์หมอเขียว คือเม็ดที่ 4 แช่มือแช่เท้า ทำให้อาการไม่สบายดังกล่าวหายไป


เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ใช้ ยาเก้าเม็ด คือ เม็ดที่ 4 แช่มือแช่เท้าดูแลตัวเอง เพราะมีอาการเมื่อยเท้า ปวดเอวและมีอาการปวดที่ปลายนิ้วมือทั้ง 2 ข้าง อาจจะเป็นเพราะผู้เขียนทำงานเดินมาก ไม่ได้ออกกำลังกายและเป็นช่วงจะมีประจำเดือนพอดี เลยทำให้มีอาการดังกล่าว หลังจากประจำเดือนหมดแล้ว เช้าวันนั้นก็ได้ทำการแช่มือแช่เท้าในน้ำปัสสาวะที่เก็บไว้เป็นเวลา 2 วันผสมกับน้ำอุ่นและมะนาว ขณะที่แช่มือและเท้าในน้ำปัสสาวะรับรู้ถึงความรู้สึกว่ามีอาการเย็นไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เบาสบายตัวในเวลานั้นเลย พอจบกระบวนการเรียบร้อยแล้วก็ได้อาบน้ำชำระร่างกาย ในขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่นั้น มีอาการหนาวสั่นไปทั้งตัว ถึงหนาวที่สุด (อาบน้ำอุ่น) จนต้องรีบห่มผ้า เห็นอาการสั่นสะท้านไปทั้งตัว หนาวมาก จึงรีบสวมเสื้อผ้าและดื่มน้ำอุ่นทันที

ช่วงที่อาการหนาวสั่นสะท้านอยู่นั้นสังเกตว่าอาการปวดเมื่อยตามฝ่ามือ บริเวณเอวและฝ่าเท้าไม่มีแล้ว แต่ก็ได้ตั้งข้อสังเกตกับตัวเองว่าทำไมยังหนาวสั่นไปทั้งตัวอยู่อีก แต่หลังจากนั้นประมาณ 10 นาทีอาการดังกล่าวก็หายไป วันนั้นรับประทานอาหารเที่ยงได้เยอะมาก รู้สึกว่ารสชาติอาหารดีทุกอย่างถึงแม้จะปรุงด้วยดอกเกลืออย่างเดียวก็ตาม หลังจากนั้นก็ได้เวลาเข้าเรียนวิชาตัดต่อวิดีโอด้วยคอมพิวเตอร์ วันนั้นสภาพอากาศที่เยอรมนีมีแสงแดดดีผู้เขียนได้นั่งหันหลังให้แสงแดดเพื่อรับความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ ขณะที่นั่งเรียนอยู่ก็เริ่มมีอาการง่วงนอนและมีอาการเพลียไปตามร่างกาย อยากจะนอนเสียให้ได้ อาการดังกล่าวผู้เขียนก็เคยเป็นบ่อย ๆ แต่ครั้งนี้อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงได้ง่วงนอนมากขนาดนี้ ลืมนึกถึงคำที่ท่านอาจารย์หมอเขียวได้กล่าวไว้ว่า “สามารถฟังท่านอาจารย์บรรยายธรรมะได้ทุกอริยบท แม้กระทั่งการนอนฟัง“ผู้เขียนลืมไปเลยไม่อย่างนั้นก็คงจะปิดกล้องแล้วนอนเรียนไปเลยก็คงจะสบายดี ฮ่า ฮ่า ผู้เขียนได้ต่อสู้กับอาการง่วงนอนของตัวเองอยู่นานจนหมดเวลาเรียน

ขณะที่เรียนอยู่ยอมรับเลยว่าไม่รู้เรื่องเลยเพราะมัวแต่สู้อยู่กับอาการง่วงนอนของตัวเอง เพราะกิเลสบอกว่าง่วงก็ไปนอน แต่พุทธะบอกว่าก็ตั้งสติภาวนาพุทโธไปมีสติอยู่กับปัจจุบัน สู้กันอยู่อย่างนี้  จนพอระฆังหมดเวลาเรียนดังขึ้น (คำเปรียบเทียบ) อาการง่วงนอนนั้นก็หายไป ตาก็สว่างทันที

     สรุปแล้วสิ่งที่ได้ในครั้งนี้

คือ ได้ชนะกิเลส ชนะอาการง่วงนอนไม่ตามใจกิเลสปิดกล้องนอนค่ะ

ครั้งต่อไปหากมีอาการง่วงนอนแบบนี้อีกคงต้องปิดกล้องแล้วก็ไปนอนฟังจะดีกว่าค่ะ สาธุ

Leave a Reply

Your email address will not be published.