อาหารปั่นสุขภาพ : นวลนภา ยุคันตพรพงษ์

อาหารปั่นสุขภาพ : นวลนภา ยุคันตพรพงษ์ (เย็นน้อมพุทธ)

การรับประทานอาหารปั่นแบบมื้อเดียวนั้น ได้แรงดลบันดาลใจจากที่ฟังท่านอาจารย์หมอเขียว และพี่น้องจิตอาสา ทำให้ตัดสินใจทำได้โดยไม่ยาก

อาหารฤทธิ์เย็น มีฤทธิ์ร้อนเล็กน้อย
เวลาที่ใช้ในการทำอาหาร ประมาณ 5 นาที


สัดส่วนของวัตถุดิบที่ใช้ เน้นไปทางฤทธิ์เย็น ผักสดก็มี ผักกาดขาว วอเตอร์เครส อ่อมแซ่บ ผักกาดนา ดอกฟักทอง ใบกระถิน ซึ่งทุกตัวฤทธิ์เย็นหมดยกเว้นใบกระถินที่ปรับสมดุลฤทธิ์ร้อน ยัง เพิ่ม มะเขือเปราะ มะเขือพวง มะเขือเทศ มะละกอขูด ทั้งหมดที่กล่าวมาเก็บจากในสวน กระเทียม 1 เม็ด ผลไม้มีมันแกว มะละกอสุก แอปเปิล กล้วยน้ำว้าห่าม ฝรั่ง เพิ่มฤทธิ์เปรี้ยวด้วย เชอรี่สเปน กู๊ดเบอรี่ เนื้อมะพร้าว และลูกตาล

ผักที่ได้เก็บจากสวน เพื่อลวก มีไชยา ดอกฟักทอง ใบวอเตอร์เครส ใบอ่อมแซ่บ ผักกาดขาวน้อย มะเขือเทศ มะเขือเปราะ มะเขือพวง กัญชานา ผักสลัดสวิสชาร์ด ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี ลูกเดือยต้มสุก 1 ถ้วยเล็ก กล้วย 1 ลูก มันนึ่ง 1 ลูก วัตถุดิบที่นำมาทำสุก เน้นไปทางฤทธิ์เย็น เก็บน้ำลวกผักไว้ปั่นรวมทั้งด้วยน้ำสมุนไพร ที่เก็บจากสวน

วิธีทำ

วันแรก ถึงวันที่ 3 ปั่นแยก เป็นแบบสดและแบบสุก ทานเป็น 2 ชาม ในวันนี้เข้าวันที่ 4 ปั่นรวมทุกอย่าง

ผลทางกาย

ในวันแรก ที่รับประทานทาน ไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้ แต่แรงดลบันดาลใจที่ฟัง จากท่านอาจารย์และ พี่น้อง ทำให้ตัดสินใจทำได้โดยไม่ยาก อานิสงส์ก็คือ ในวันแรก เบาตัวสบายหลังจากที่ปวดข้อมาเป็นเวลาเข้าปีที่ 6 ปรับสมดุล และยาเม็ดต่าง ๆ รวมทั้ง เรื่องของใจ ที่คิดว่าชดใช้วิบาก แต่เพียงแค่ทานน้ำผักปั่น ก็ทำให้สบายขึ้น อย่างมากมาย ปัญหาเหงือกบวม หายไปโดยปลิดทิ้ง ไม่เกิดอาการโหยเลยในเรื่องของร่างกาย

ส่วนในวันที่ 2 ร่างกายดีขึ้นตามลำดับ แต่วันที่ 3 เน้นผลไม้มากเกินไป โดยเฉพาะมะม่วง ทำให้รู้สึกปวดตามข้ออีกแล้ว ในวันที่ 4 จึงไม่ใส่มะม่วง และลดจำนวนผลไม้ฤทธิ์ร้อนออก ปั่น รวมกันไม่แยก ยิ่งรู้สึกทำให้ไม่อึดอัด

เรื่องของการขับถ่าย
ในวันแรก ขับถ่ายปกติ ใช้ดีท็อก เสริม ไม่มากเท่ากับการทานอาหารตามปกติ ส่วนวันที่ 2 เมื่อทานแล้วช่วงบ่ายๆไปขับถ่ายได้กากใยเพิ่มมากกว่าเดิม ไม่ต้องใช้การสวนล้างลำไส้ แต่จะใช้ ก็เผื่อขับ ความร้อน ออกจากร่างกาย เพราะแทบไม่มีกากใยอีกเลย ในวันที่ 3 ถึงแม้จะ สวน ล้างลำไส้ก็ไม่มีกากใย

ผลทางใจ

มีความรู้สึกคลายกังวล กับเรื่องการเลือกอาหารการกิน ไม่ยึดติดว่าจะต้อง เป็นแบบนู้นแบบนี้ อะไรก่อนอะไรหลัง ไม่ไปติดกับความนิ่ม เช่น มีลูกตาลที่ทั้งอ่อน และสดใหม่ แต่ก็ตัดความอยากนำไปปั่นรวมได้ โดยไม่ยากทำให้ลดจำนวนการกินลูกตาล ถ้าเป็นแบบลูก ๆ ก็จะกินมากเกินไป จนเกิดอาการชาที่มือและเท้า

มองเห็นอาการกิเลส ที่เกิดขึ้นได้ไวกว่าเดิม ทางจากคนที่อยู่รอบข้าง บุคคลสำคัญ หรือผู้ที่มาเยือน โดยความติดยึด ที่เคยมีมาก่อน ลดลงตามลำดับจนกระทั่ง รับได้กับสถานการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจ ก็มีความใจเย็นอดทนรอคอย ให้อภัยแล้วว่า คงไม่ใช่เวลาของเรา ไม่ทำตัวเป็นขโมยเหมือนทุกครั้ง ทำให้สำรวมกายวาจาใจได้ ละเอียดขึ้น รวมไปถึงมีเหตุการณ์ดีๆเพิ่มมากขึ้น เช่น ไม่หงุดหงิดกับผู้ที่มาเยือน แม้จะมาตอนเย็นที่เลยเวลาการขายของแล้ว ก็ยังยินดีต้อนรับ เข้าใจถึงการที่เขา ไม่มีเวลา และมีความต้องการในการใช้ผลิตภัณฑ์

หรือมีเหตุการณ์ดีที่ พระ ที่เป็นผู้ที่เรียนร่วมกันที่มจร. ส่งไลน์มาว่า ให้ช่วยส่งลิงค์การบรรยายธรรมของอาจารย์หมอเขียว ให้ท่านฟังได้ทุกวัน จากการที่เราเผลอกดส่งไปให้โดยไม่ตั้งใจ กลัวว่าท่านจะถือสา ในวันนี้ไม่ได้ส่งให้ ท่านกลับทักกลับมาว่า ขอให้ช่วยส่ง ให้ท่านฟังทุกวัน ชอบฟังและติดตามได้ตลอด

สภาวธรรม

สิ่งที่เกิดขึ้นในการกินอาหารมื้อเดียว ด้วยน้ำผักผลไม้ปั่น การสมดุลของร่างกายเรา แม้จะทำในสิ่งที่ดี แต่ต่อสู้กับกิเลสตัวเกรงใจ ว่า จะเป็นการโอ้อวดหรือไม่ กับผู้ที่เป็นบุคคลสำคัญรอบข้าง แต่ก็ดีใจที่เป็นแรงเหนี่ยวนำทำให้ท่าน ได้มาลองทำตามแม้จะเพียงลองชิมแค่ 1 ถ้วยเล็กก็ตาม

อีกสภาวธรรมที่เห็นก็คือ มีความตั้งใจว่าถ้าเป็นน้ำผักปั่นก็คงมีชีวิตง่ายยิ่งขึ้น ท่าทีที่ทำอาหารด้วยกัน ทำให้รับประทาน ก็จะยิ่งสบายใหญ่ แต่ไม่เป็นดังนั้น เมื่อท่านบอกว่า สูตรใครก็สูตรใคร ฉะนั้นจึงเป็นการได้ฝึกฝนการใช้เครื่องปั่น เพราะไม่เคยคิดว่าจะปั่นอะไรได้ จากการได้ฝึกทำการปั่นมา 4 วัน ทำให้คิดว่า ไม่มีอะไรทำไม่ได้ในโลกนี้ ถ้าเรามีฉันทะและความยินดี แม้จะต้องต่อสู้กับความกลัวว่า จะทำเครื่องพัง เพราะพี่เขายังยึดติดว่า เราทำไม่เป็น ใส่เยอะเกิน เดี๋ยวใบพัดหัก แต่เราก็พร้อมที่จะทดลอง เข้าใจแล้วว่า เพียงแค่เราลงมือทำ แม้จะผิดแม้จะถูกแม้จะเกิดวิบากเรื่องไม่ดี แต่ถ้าเรามีความยินดีกับทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมไม่มีอะไรที่เสียหาย วัตถุเสียหายแต่ใจไม่เสียหาย

Leave a Reply

Your email address will not be published.