ปัญญาและผัสสะในการทำงาน : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

ปัญญาและผัสสะในการทำงาน : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

การทำกิจกรรมการงานใดก็ตาม ต้องเริ่มทำจากงาน เล็กไปหางานใหญ่ โดยการพิจารณาถึงความพอดี หากไม่มีอุปสรรค ก็จะสามารถขยายงานออกไปได้อีกเรื่อย เรื่อย ต้องฝึกอ่านเวทนา ความรู้สึกในจิตเมื่อมีสิ่งมากระทบ หากงานนั้นมีปัญหาให้รีบถอย และหยุดทำ


640131.2 ตัวชี้วัด ในการทำกิจกรรมการงานที่ควรทำ ๕ ข้อ
https://www.youtube.com/watch?v=-veiTufGq9c

ท่านอาจารย์หมอเขียวกล่าวว่า การประมาณในการทำสิ่งใด ถ้าเรามีปัญญา ลดกิเลส ช่วยเหลือผู้อื่น มีเมตตา อุเบกขา รุู้เพียร รู้พัก มีการอ่านสัปปายะ อสัปปายะ ให้ดีก่อนถึงลุยงาน และให้เริ่มทำจากงานเล็กแล้วค่อยขยายไป หางานใหญ่ออกไปออกไป ตัวเองเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ค่ะ เพราะพอจะทำอะไรสักอย่างก็จะลุยงานเข้าไปตรงตรง ไม่พิจาราณาหน้าหลังเหมือนท่านอาจารย์กล่าว พอเจอปัญหาและอุปสรรคเข้าทีก็เล่นเอาต้องหยอดน้ำข้าวอยู่หลายวันเหมือนกันค่ะ การที่ตัวเองได้มาฝึก ลด ล้างกิเลสกับหมู่กลุ่ม ทำให้เวลาทำงานมีความละเอียด รอบคอบ มีความรักตัวเอง เพื่อนร่วมงาน และเข้าใจเจ้านายมากขึ้น ทำให้ตัวเองทำงานอย่างมีความสุข ไม่เร่งที่จะให้งานสำเร็จทันใจเหมือนแต่ก่อน

ท่านอาจารย์หมอเขียว ยังกล่าวอีกว่า ความพอดีของการเจริญในการทำงานนั้นจะอยู่ที่ความพอดี ทำงานให้เต็มที่ สดชื่นพอดี อ่านเวทนาเมื่อมีผัสสะมากระทบ จากความรู้สึก ณ ขณะนั้น จะรู้ได้ว่างานจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่นตามลำดับได้ จะต้องมีปัญญา อ่านอาการในจิต อ่านเหตุการณ์ และผัสสะที่มากระทบ ซึ่งกิจกรรมการงานจะก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด มีองค์ประกอบที่ควรพิจารณาคือ

  1. สิ่งนั้นเป็นสิ่งดี
  2. มีร่างกายที่ดี
  3. มีแรงใจที่ดี
  4. มีแรงปัญญาที่ดี
  5. มีโอกาสที่ดี

คำสอนของท่านอาจารย์ทำให้ตัวเองรุู้ว่า หลายกิจกรรมการงานที่ได้เคยกระทำ บำเพ็ญประโยชน์มา มีข้อผิดพลาดเพราะขาดการพิจารณา ขาดสติปัญญาที่จะอ่านให้เห็นผัสสะในใจของตัวเอง ตัวอย่างเช่นเมื่อก่อนเวลาคุยกับพี่น้องในเรื่องที่ได้รับรู้สิ่งที่ดี มีประโยชน์จากหมู่กลุ่มมา ก็อยากจะนำไปแบ่งปันให้ญาติ แต่ญาติท่านไม่รับ ฟังอยู่เฉย ดูหมือนจะเกรงใจก็เลยคงฟังไปอย่างนั้นเอง และก็ไม่ทำตามคำแนะนำที่ตัวเองได้บอกไป เพียงเท่านี้ก็ทำให้ตัวเองทุกข์แล้วค่ะ นี่จะเห็นได้ว่าเพราะตัวเองไม่ได้ใช้ปัญญาพิจารณา ลงไปว่าพี่น้อง ญาติ เขาก็มีฐานจิตของเขาอีกแบบหนึ่ง ตัวเองก็มีฐานจิตอีกแบบหนึ่ง ก็เพิ่งมาถึงบางอ้อ และมีปัญญาได้คิดหลังจากได้มาพบท่านอาจารย์และแพทย์วิถีธรรมนี่ละค่ะ ตัวเองขอเรียกว่าปัญญาปันสุข

การพิจารณาการทำงานจากองค์ประกอบ ทั้ง 5 ข้อที่ท่านอาจารย์ได้กรุณาแบ่งปันนั้น ตัวเองเชื่อว่าจะเป็นหนทางที่จะได้ช่วยให้โอกาสในการทำงานพลาดน้อยลง และที่สำคัญตัวผู้ทำกิจกรรมการงานจะได้ฝึกการล้างกิเลส ฝึกอ่านเวทนาในใจ ที่เข้ามากระทบ หากมีปัญหาและอุปสรรค ก็ยังสามารถนำปัญหานั้นเข้าไปในหมู่กลุ่ม เพื่อปรึกษาหารือท่านผู้นำที่มีปัญญา ใช้มติหมู่กลุ่ม สานพลังกับหมู่มิตรดี จะทำให้พวกเรา พลาดจากการไม่โดนกิเลสลากให้ตกลงไปในเหว สาธุ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *