กรรม คือ เงาตามตัว : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

กรรม คือ เงาตามตัว : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

ไม่มีใครที่จะทำอะไรให้ตัวเองเราได้ นอกจากตัวเราเอง สิ่งที่ทำลงไปไม่ว่าจะทำดี ทำชั่ว คิดดี คิดไม่ดี ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราจะต้องนำติดตัวไป จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต และ ชาติอื่นสืบไป


บททบทวนธรรม ข้อที่ 13
ไม่มีใครทำดีกับเราได้ นอกจากตัวเราเอง ไม่มีใครทำร้ายเราได้ นอกจากตัวเราเอง เราเป็นทายาทของกรรม เรามีกรรมเป็นกำเนิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราจักทำกรรมอันใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักได้รับผลของกรรมนั้น อย่างแน่นอน ไม่มีอะไรดลบันดาลสิ่งดีสิ่งร้ายให้เราได้ นอกจากวิบากดีร้ายของเราเท่านั้น ที่ดลบันดาลสิ่งดีสิ่งร้ายให้เราได้ เราทำดีก็ได้รับผลดี เราทำชั่วก็ได้รับผลชั่ว

บททบทวนธรรมข้อนี้ท่านอาจารย์หมอเขียวได้เพิ่มเติมเข้ามา หลังจากได้ปรับปรุง หนังสือ บททบทวนธรรม ครั้งที่ 2 เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านแล้วรู้สึกโดนใจมากบทหนึ่ง เพราะการที่เราดำเนินชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะกรรม กรรมของตัวเองทั้งสิ้น ทั้งที่เกิดมาแล้วไม่รู้กี่ชาติและกรรมของชาตินี้ด้วยร่วมกัน

ท่านที่ได้พบเจอครูบาอาจารย์และสัตตบุรุษที่สามารถพาตนให้พ้นทุกข์ได้ ถือว่าท่านนั้นมีความโชคดี ซึ่งสิ่งที่ดี ที่ท่านเหล่านั้นได้เจอ ก็เพราะผลวิบากกรรมดีของท่าน ตั้งแต่ชาติก่อนมาได้มาแสดงผลให้ท่านได้เจอสิ่ง ๆ ดีเหล่านั้นเอง

ในกรณีของตัวเองก็เช่นเดียวกัน ก่อนนั้นก็คงจะเป็นวิบากกรรมเก่าที่ตามมาไล่ล่าตัวเอง เลยต้องมาชดใช้กรรมคืนให้เจ้ากรรมนายเวร ที่เคยได้ไปทำไม่ดีกับท่านเหล่านั้นมา แต่ถ้ามานึกดูย้อนหลังกลับไปจริง ๆ แล้ว สำหรับตัวเองถือว่าไม่ร้ายแรงอะไรเพราะ ตัวเองได้พบครูบาอาจารย์ที่พาปฏิบัติดีปฏิบัติดี ชอบ และได้ทำตามท่านเหล่านั้นอยู่ ตัวเองจึงไม่หลงทาง คือสามารถให้คะแนนในช่วง 47 ปี ในการเกิดมาเป็นคนของตัวเอง 88 คะแนน จาก 100 คะแนน ได้อย่างภูมิใจ ค่ะ

ในทางตรงกันข้าม หากใครที่ทำอะไรไม่ดีไว้ ตัวเองก็เชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นคงต้องย้อนกลับมาหาผู้นั้นอย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ชาตินี้ ก็ชาติหน้าหรือชาติอื่น ๆ สืบไป เพราะกรรมก็คือเงาตามตัวนั้นเอง ตัวเองเชื่ออย่างนั้นสุดหัวใจเลยว่าวิบากกรรม ของคนนั้นมีจริง ตัวเองจะพึงสังวรณ์ และจะระวังการกระทำและความคิดของตัว ให้มากเท่าที่สุดเท่าที่สติ จะทันในเวลานั้น ๆ เพราะหากทำอะไรพลาดไปแล้ว ไม่เพียงแต่จิตวิญญาณของตัวเองเท่านั้นที่ บาดเจ็บ จิตวิญญาณของท่านที่เกี่ยวข้อง ก็คงต้องบาดเจ็บพอ ๆ กัน

ดังนั้น ตัวเองเชื่อว่าการกระทำแต่ความดี ละเว้นการกระทำบาป ไม่ชอบไม่ชังในสิ่งใด หมั่นเพียรฝึกฝนในการล้างกิเลส ล้างอัตตาตัวตน ถือศีล 5 ให้ได้เป็นปกติเป็นอย่างน้อย และพยายามเพิ่มอริยศีลให้สูงขึ้นยิ่งขึ้นไป ก็จะเป็นกรอบให้ตัวเองไม่ไปทำผิด หรือ ทำบาป ต่อผู้อื่น อย่างแน่นอน วิบากกรรมใหม่ก็จะไม่มารบกวน และวิบากกรรมเก่าก็จะได้ห่างออกไปไกล ๆ ตัวเองจะหมั่นเพียรทำแต่ สิ่งดี โดยยึดคำสอน ของท่านพ่อครู ท่านอาจารย์หมอเขียว และครูบาอาจารย์ท่านอื่น ๆ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตในโค้งสุดท้ายที่เหลืออยู่ จนร่างกายและสังขาร จะจากโลกนี้ไป ค่ะ สาธุ



บททบทวนธรรมโดย อาจารย์หมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน)

Leave a Reply

Your email address will not be published.