บทเรียนจากต้นหม่อน : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

บทเรียนจากต้นหม่อน : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

เก็บลูกหม่อนได้จากต้นหม่อนราคาถูกที่ซื้อมาทดลองปลูก เก็บได้ทุกปี แม้ย้ายที่ปลูก ก็ยังสามารถฟื้นตัว เติบโต ติดผลได้ดี

ลพบุรี ริมคลอง ดินดี แดดดี อากาศร้อนอบอ้าว สลับฝนตกเล็กน้อย


ช่วงนี้้เป็นฤดูหม่อนออกลูก หม่อนต้นเดิมก็ออกลูกทุกปี หม่อนที่ไม่เคยออกลูกก็ไม่เคยออกสักดี เก็บกินกี่ทีก็เก็บมันอยู่ต้นเดิม เป็นต้นที่ไม่ได้ดีเด่นอะไร แต่ให้ผลได้เรื่อย ๆ

หลายปีก่อนผมเคยหมกมุ่นอยู่กับเรื่องสายพันธุ์หม่อนอยู่พักหนึ่ง หมดค่าเรียนรู้ไปสองพันกว่าบาท หม่อนแพงที่สุดที่ซื้อคือต้นละ 500 บาท เป็นหม่อนที่มีผลสีม่วง ปลูกมาหลายปี ต้นสูงไปถึง 4 เมตร ยังไม่เห็นมันจะออกลูก จะบอกว่าเขาหลอกขายก็ไม่ใช่ เพราะผลมันยังไม่มี ไม่รู้เพราะมันไม่เข้ากับสถานที่นี้รึเปล่า มันถึงไม่ออกลูก ทั้ง ๆ ที่ก็เงื่อนไขเดียวกันกับหม่อนพันธุ์เชียงใหม่ที่ซื้อมาต้นละ 20 บาท

ทำให้กลับไปทบทวนว่าบางทีของแปลก ก็อาจจะไม่ใช่ของดี หลายปีก่อนก็ไม่ได้ล้างกิเลสมาได้เท่าตอนนี้ ตอนนี้ก็ชัดในสาระสำคัญมากขึ้น คือปลูกง่ายได้ผลดี ก็ถือว่าดีมากแล้ว ปัจจัยนอกนั้นก็บวกลบกันไป

ทำให้คิดถึงข้อธรรม “วรรณะ 9” ข้อหนึ่ง คือเลี้ยงง่าย บำรุงง่าย ถ้าเราจะเลี้ยงอะไรต้องเอาปัจจัยนี้เป็นหลัก ถึงจะผาสุก ต้นไม้เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย ให้ผลดี เราก็จะเสียเวลาน้อย และได้ประโยชน์จากมันมาก ต้นไม้ที่ดูเหมือนมีผลดี สวยงาม ผลใหญ่ ราคาแพง แต่เลี้ยงไม่ง่าย บำรุงไม่ง่าย(ต้องใช้ทุนมาก) ให้ผลไม่ดี ก็เป็นต้นไม้ที่เรียกว่าเจริญยาก

ก็คิดเทียบไปถึงคน เราจะช่วยคนหรือทำงานกับใคร เราก็ควรจะเลือกใช้เวลากับคนที่เลี้ยงง่าย บำรุงง่ายไว้ก่อน คือทำให้เจริญทางธรรมได้ง่าย แต่ก่อนก็เคยหลงไปว่าคนเก่งเขาคงจะฉลาด เข้าใจได้ไว แต่กลายเป็นว่ายิ่งเก่งนั่นแหละยิ่งช้าทางธรรม เพราะไปหลงเก่ง อวดเก่ง ดีไม่ดีมาแข่งเก่งกับเราอีก แบบนี้ให้เวลาเท่าไหร่ก็ไม่เจริญ มีแต่เสื่อมไปเรื่อย ๆ สู้เอาเวลาไปให้คนที่เขาเจริญได้ง่ายจะดีกว่า เป็นประโยชน์กว่า แม้จะไม่ได้ผลแปลกตาหวือหวา แต่ก็ให้ผลที่เป็นประโยชน์ได้เก็บกินเรื่อย ๆ แบบต้นหม่อนพันธุ์ไทยต้นละ 20 บาท

การเลี้ยงง่ายบำรุงง่ายในคนก็ภาพรวม ๆ คล้าย ๆ กับต้นไม้นั่นแหละ ใส่เหตุปัจจัยที่ดี รดน้ำ ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ก็จะทำให้ต้นไม้โตได้ดี กับคนก็ต้องเอาใจใส่ เพราะรายละเอียดจะเยอะกว่า แล้วก็เป็นเรื่องอ่อนไหวกว่า ปลูกต้นไม้ รดน้ำมากไป มันตายก็ไม่บาปอะไร รดน้ำน้อยไป มันเหี่ยว ก็ไม่บาปอะไร แต่คนนี่ถ้าพูดมากไปเขาถือสา มันก็เกิดบาปขึ้นมา หรือพูดน้อยไปเขาไม่เจริญ มันก็ไม่เอื้อให้เกิดบุญไปอีก มันก็ยากกว่าตรงนี้นั่นแหละ

หลังจากนี้การทำกสิกรรมไร้สารพิษแบบพึ่งต้นก็จะปรับให้เรียบง่าย ไม่หวือหวา เหมือนกับชีวิตที่ไม่ต้องการอะไรที่มันมาก ไม่ต้องเอื้อให้มาก แต่เอื้อให้กับคนที่ศรัทธา ปล่อยวางคนที่ไม่ศรัทธา หรือคนที่ขุนไม่ขึ้น ดังคำกล่าวของอาจารย์หมอเขียวที่ว่า “อย่าเสียเวลากับคนกิเลสหนาที่ขุนไม่ขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published.