ไหนว่าหยุดอยากรวยแล้ว? : พรทิพย์ ไทยเอียด

ไหนว่าหยุดอยากรวยแล้ว? : พรทิพย์ ไทยเอียด (ภาคใต้)

เนื่องด้วยจะมีคนตั้งคำถามกับเราบ่อยๆ โดยเฉพาะตนในครอบครัว ญาติพี่น้องผู้ไกล้ชิด คำถามคือไหนว่าปฏิบัติธรรม ไม่อยากได้อะไร ไม่อยากรวยแล้ว ทำไมเห็นยังทำงานไม่หยุด ยิ่งทำมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ แล้วจะบอกว่าปฎิบัติธรรมได้ยังไงกัน แบบนี้แสดงว่ายังหยุดอยากได้ อยากรวยไม่ได้เลยใช่ไหม?

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจ เมื่อถูกตั้งคำถามแบบนี้ เราก็จะตอบคำถามไปด้วยความขุ่นมัวในใจ พร้อมนึกดูถูกในความรู้เกี่ยวกับธรรมะ ของผู้ตั้งคำถามนั้น แล้วพาลจะไม่อยากคุยกับคนๆนัันไปเลย

แต่เมื่อได้เรียนรู้ธรรมะที่มากขึ้น เข้าใจในธรรมมากขึ้น เมื่อถูกตั้งคำถามแบบเดิมอีก เราก็จะอธิบายเขาไปด้วยจิตที่ต้องการสื่อให้เขาได้เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติธรรมว่า ที่เราขยันทำงานอยู่นั้นไม่ได้แปลว่าเรายังอยากรวย แต่เป็นเพราะพุทธองค์สอนให้เราเป็นคนขยัน สร้างสรรค์ประโยชน์ ไม่งอมืองอเท้า ใช้ศักยภาพที่ตนเองมีสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง

และการงานที่่เราทำนั้น เราก็เลือกทำแค่การปลูกพืชผัก ต้นไม้ ไม่ได้ไปเบียดเเบียนชีวิตอื่น สัตว์อื่นให้เดือดร้อน ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เขาเห็นว่าเพื่อนบ้านคนอื่นๆในหมู่บ้านส่วนใหญ่ เขาเลี้ยงวัวเพื่อจำหน่าย เขาขายวัวได้เงินทีละเป็นหมื่นสองหมื่นต่อวัวหนึ่งตัว แต่เราปลูกผักขายแค่มัดละ 10-20 บาท ขายบ้างแจกบ้าง ได้เป็นเงินมาแค่วันละ 80-150 ในบางวันเท่านั้น ส่วนใหญ่เราปลูกกินปลูกอยู่เองมากกว่า

นี่แหละคือการปฎิบัติธรรมในแบบของเรา เป็นการปฎิบัติธรรมแบบลืมตา อยู่กับการทำสัมมาอาชีพจริงๆ เรารู้ว่าสิ่งที่เราเลือกทำมันแทบจะไม่มีค่าตอบแทนที่เป็นเงินเลยหรือมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับการทำอาชีพอื่นที่ผิดศีลแต่ได้เงินเยอะ แต่สิ่งที่เราได้ คืออาหารที่ดีปลอดภัยจากสารเคมี สุขภาพที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี ทำตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆได้เรียนรู้และซึมซับความรู้ เพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *