ดูแลตัวเองด้วยยา 9 เม็ด : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

ดูแลตัวเองด้วยยา 9 เม็ด : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์ (ต่อจาก ภาคที่ 1)

เมื่อข้าพเจ้าได้รับเชื้อ COVID-19 ได้ใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรม ยา 9 เม็ดในการดูแลตัวเองอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 5 ของการได้รับเชื้อ และแทบจะหายเป็นปกติในวันที่ 10


อาการของการติดเชื้อ COVID-19

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2565

วันของความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อ ข้าพเจ้าได้เชิญเพื่อน 2 ท่านมากินข้าวที่บ้านก่อนจะเดินทางกลับเมืองไทย 3 วัน  ช่วงเวลาที่กินข้าวอยู่ด้วยกันเกือบ 6 ชั่วโมง (ไม่มีการสวมผ้าปิดจมูก) เพื่อนท่านหนึ่งมีอาการเป็นหวัด ก่อนที่จะแยกย้ายกลับบ้านได้มีการสวมกอดกันเพื่ออำลา

วันที่ 10 มกราคม 2565

ได้ไปตรวจหาเชื้อ COVID-19  ก่อนบินกลับประเทศไทย 72 ชั่วโมง ครั้งที่ 1 (จะต้องตรวจตามที่มาตราการรัฐบาลวางไว้ 3 ครั้ง) ภายใน 12 ชั่วโมงผลออกมาเป็นลบ จากนั้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม  ได้เดินทางออกจากประเทศเยอรมนี และมาถึงเมืองไทยเช้าวันที่ 13 มกราคม  จากนั้นได้ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ในสนามบินเป็น ครั้งที่ 2 และนั่งรถแท็กซี่คนเดียวกลับมาโรงแรมที่ได้ทำการจองเอาไว้ และอยู่ในห้องห้ามออกไปไหนเป็นเวลา 6 ชั่วโมงก่อนที่ผลการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 จะออก พอผลการตรวจออกมาก็มีผลเป็นลบเช่นเดียวกับครั้งแรก

ก่อนที่จะกลับมาเมืองไทยข้าพเจ้าได้สั่งซื้อ ข้าวไร้สารพิษแพทย์วิถีธรรม น้ำมันเขียว ผงถ่าน ถั่วเขียว น้ำมันสกัด และผงพอก จากพี่น้องจิตอาสาที่ท่านอยู่ในจังหวัดที่ข้าพเจ้ากักตัวเอา ท่านก็ได้นำสินค้าเข้ามาส่งตอนเย็นของวันที่ 13 มกราคม ลืมบอกไปว่าข้าพเจ้าได้นำหม้อหุงข้าวมาจากเยอรมนีด้วย เพราะตั้งใจว่าจะมากักตัวและหุงข้าวกินเองในโรงแรม พอผลออกมาว่าเป็นลบข้าพเจ้าก็สามารถออกไปเดินซื้อของ ไปทะเล ไปตลาดและไปส่งของที่ไปรษณีย์ให้เพื่อน ๆ ได้ตามปกติเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป

วันที่ 14 มกราคม 2565

หลังจากอาบน้ำสระผม เสร็จข้าพเจ้าก็เดินเท้าออกจากโรงแรม ไปยังสถานีจอดรถโดยสารที่เพื่อที่จะไปทะเล ขณะนั่งรถประจำทาง ผ่านภูเขา วิวทิวทัศน์อันสวยงาม ลมเย็นสบาย อากาศก็ดี เห็นเมืองป่าตองที่เมื่อ10 ปีกว่าน้ำทะเลท่วม (ซือนามิ) มีผู้คนล้มตายกันมากมาย มาถึงวันนี้ได้มีการก่อสร้างตึกและอาคารขึ้นมาใหม่หลายตึก ส่วนซากตึกเก่าที่น้ำทะเลได้ท่วมบางส่วนก็ยังไม่ได้มีการซ่อมแซม ยังคงเห็นสภาพซากตึกเก่าที่คงความเสียหายอยู่บ้าง

เมื่อมาถึงทะเลก็ไปเดินเล่นบนพื้นทราย และเอาเท้าไปแช่ในน้ำทะเล ทันทีที่นำเท้าลงไปแช่ในน้ำทะเลก็เกิดอาการเย็นวูบไปทั่วตัวรู้สึกว่าขนลุกซู่ และสะบั้นในทันที รู้สึกว่าตัวเองหนาว เลยเดินออกจากน้ำทะลมาเดินบนพื้นทราย แต่อาการเย็นและหนาวก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม เลยขึ้นไปนั่งบนรถประจำทางเพื่อจะกลับมายังโรงแรม

พอกลับมาถึงโรงแรมช่วงเที่ยงวัน ก็เริ่มมีอาการร้อน ๆ หนาว ๆ เดินบนพื้นกระเบื้องของโรงแรมก็รู้สึกหนาวเย็นไปทั่วตัว มีอาการคอแห้ง เริ่มปวดตามเนื้อตัว ตามหัวคิ้วทั้ง 2 ข้าง จึงได้ดื่มน้ำใส่น้ำมันเขียวและดื่มสมุนไพรในตัว  และกัวซาบริเวณศีรษะ แล้วก็นอนพัก ตื่นขึ้นมาตอนเย็นก็มีอาการเวียนศรีษะเล็กน้อย คอก็ยังแห้งอยู่

วันที่ 15 มกราคม 2565 ไปไปรษณีย์เพื่อจะส่งไปให้พี่น้อง ได้นั่งซ้อนมอเตอร์ไซน์รับจ้างไปเพราะเร็ว และสะดวกสบายดี จากนั้นก็เดินเท้ากลับมายังโรงแรมด้วยระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรกว่า ๆ และก็ได้มาแวะซื้ออาหารเจใกล้ ๆ กับศาลเจ้าในตัวเมือง จากนั้นก็เดินเท้ากลับมายังโรงแรม ผ่านตลาดสด อากาศในช่วงนั้นในยามเช้าเย็นสบายแต่พอมาถึงช่วงประมาณ 11 : 00 น. เป็นต้นไปอากาศจะร้อน จนแสบไปทั้งตัว แต่พอตกลงตอนเย็นอากาศก็ค่อย ๆ อุ่นลงเย็นสบาย ๆ

วันที่ 17 มกราคม 2565 ไปตรวจหาเชื้อ COVID-19 ครั้งที่ 3 ตามมาตราการของรัฐบาลที่กำหนดให้นักท่องเที่ยวต้องตรวจรวม 3 ครั้ง ครั้งนี้ผลตรวจหาเชื้อออกมาเป็นบวก แทนที่ข้าพเจ้าจะได้ทำการกักตัวตามมาตราการของรัฐบาลกำหนดเพียง 7 วัน กลับเป็นต้องกักตัวเพิ่มขึ้นมาอีก 7 วัน รวมแล้วต้องกักตัวรวมเป็น 10 วัน ด้วยกัน

การดูแลตัวเองทางใจและกาย ในช่วงกักตัว 10 วันที่อยู่ในโรงแรม

ดูแลทางใจ

ทันทีที่ได้ทราบผลว่าติดเชื้อ ขณะนั้นกำลังนั่งกินข้าวเช้ากับแกงไตปลา (เจ) ไปซื้อมาจากในตลาด (ธรรมดาถ้าไม่ติดเชื้อจะกักตัวเพียง 7 วันเท่านั้นก็จะสามารถเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ ได้) อาการทางใจอย่างแรกที่จับได้คือ งง ๆ เบลอ ๆ ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จิตลึก ๆ คิดว่าตัวเองเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่ธรรมดา เพราะอาการไข้หวัดแบบนี้จะเป็นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี อาการตกใจเลยไม่มากนัก และยังคิดต่อไปอีกว่าอาการที่ติดเชื้อเป็นบวกเพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดธรรมดา ไม่น่าใช่เชื้อ COVID-19 ด้วยซ้ำ ใจยังสบาย ๆ กินข้าวเช้าต่อจนกระทั่งเจ้าของโรงแรมได้โทรมาแจ้งว่า “คุณพี่ค่ะ ห้ามคุณพี่ออกไปไหน ให้อยู่ในโรงแรมต่อไปอีกจนครบ 10 วัน เด๋วทางโรงแรมจะติดต่อกับทางโรงพยาบาลว่าควรจะดำเนินการอะไรต่อไป หากได้ข้อมูลอย่างไรแล้วหนูจะติดต่อคุณพี่อีกครั้งนะค่ะ” ณ วินาทีที่ได้ยินเจ้าของโรงแรมพูดประโยคดังกล่าว ข้าพเจ้าก็เริ่มรู้สึกตัว สติเริ่มมาอยู่กับปัจจุบัน บอกกับตัวเองว่า “พร.. ตกลงว่าเธอติดเชื้อน่ะ ! ”  เท่านั้นเองละค่ะ ข้าพเจ้าก็เริ่มเห็นทุกข์ที่เกิดขึ้นทันที เห็นว่าตัวเองมีความกังวลใจนิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องเลื่อนตั๋วเครื่องบิน และก็ได้หาทางดับทุกข์ในทันทีเช่นกัน บอกกับกิเลสว่า “ตั๋วเครื่องบินก็มีเลื่อนได้ กับเลื่อนไม่ได้ ถ้าเลื่อนไม่ได้ก็ยอมเสียตั๋วไปก็เท่านั้นเอง ไม่ต้องคิดให้ปวดสมองหรอกพร..” พอได้คำตอบเช่นนั้น หลังจากกินข้าวเช้าอิ่มแล้วก็จัดเตรียมเอกสารตั๋วเครื่องบินที่มีมาเตรียมพร้อมหาเบอร์โทรเพื่อติดต่อ ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายของเจ้าของโรงแรมนั่นเอง ท่านโทรมาแจ้งข่าวว่า “ คุณพี่ค่ะคุณพี่จะขอเปลี่ยนโรงแรมเพื่อจะได้มีบริการ ตลอด 24 ชั่วโมง หรือคุณพี่จะอยู่ที่โรงแรมพวกเราต่อ โดยพวกเราจะมีบริการด้านอาหารส่งให้ถึงหน้าห้องในช่วงที่คุณพี่กักตัว แต่ราคาจะเพิ่มขึ้นมาอีกค่ะ เอาตามที่คุณพี่สะดวกใจเลยนะค่ะ” เจ้าของโรงแรมกล่าว ข้าพเจ้าเลยตอบท่านไปว่า “ไม่ขอรับทั้ง 2 อย่างได้ไหมค่ะ” แต่พี่จะขออยู่โรงแรมนี้ต่อไป เรื่องอาหารการกินจะมีเพื่อนนำมาส่งให้ได้ไหมค่ะ ท่านก็ตอบว่าได้ค่ะ กุศลดีของข้าพเจ้ายังมี ที่เมืองภูเก็ตมีพี่น้องจิตอาสาที่ท่านอาศัยอยู่ที่นี้ บ้านท่านอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่ข้าพเจ้ากักตัวอยู่ ท่านก็อาสามาส่งข้าวอาหารให้ข้าพเจ้าที่โรงแรมโดยการแขวนไว้ที่หน้าประตู เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยจริง ๆ ข้าพเจ้าได้รับวิบากกรรมที่ทำมา และในขณะเดียวกัน วิบากกรรมดีของข้าพเจ้าก็ได้แสดงผลมาช่วยเหลือข้าพเจ้าเช่นกันค่ะ “สิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา” เหมือนที่ท่านอาจารย์หมอเขียวเขียนไว้ในบททบทวนธรรม ไม่มีผิด

ใช้ยา 9 เม็ดในการดูแลตัวเองในช่วงที่กักตัว

วิธีการ 5 ข้อในการแก้ปัญหาทุกปัญหาในโลกคือ ท่านอาจารย์หมอเขียวได้เขียนไว้ในหนังสือบททบทวนธรรม ว่า

  1. คบและเคารพมิตรดี
  2. มีอริยศีล
  3. ทำสมดุลร้อนเย็น
  4. พึ่งตน
  5. แบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ์

การเจ็บป่วยไม่สบายของข้าพเจ้าในครั้งนี้ นอกจากยาเม็ดที่ 8 ที่ได้ใช้ก่อนเม็ดแรกแล้ว ก็ยังมีหลักในการแก้ปัญหาที่ได้นำมาใช้ด้วยก็คือ หลัก 5 ข้อข้างบน การที่ข้าพเจ้าได้คบและเคารพมิตรดีทำให้ข้าพเจ้าไม่ลำบาก เมื่อข้าพเจ้าเจ็บป่วย และต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนพอพี่น้องได้ทราบข่าว ท่านก็ได้แนะนำวิธีการในการดูแลตัวเอง พร้อมยังได้เสนอให้ความช่วยเหลือมาด้วยเช่นกัน กำลังใจที่ได้จากหมู่มิตรดี ทำให้ข้าพเจ้ามีความแกล้วกล้า และพร้อมที่จะสู้กับโรคภัยไข้เจ็บในครั้งนี้ด้วยใจที่ยินดี และเป็นสุข ใจที่ไม่ทุกข์ยอมรับกับผลกรรมวิบากที่เกิดขึ้นด้วยใจที่เบิกบานและไม่คิดลบ ไม่ทำทุกข์ทับถมตน ยินดีและให้อภัยกับตัวเองกับสิ่งที่ทำผิดพลาดมา ทำให้พลังแรงใจไม่ตก จึงตั้งใจปรับสมดุล มีความซื่อสัตว์ต่อตัวเอง และอยู่ในกฏระเบียบของโรงแรมอย่างเคร่งครัด

พี่น้องแนะนำให้ข้าพเจ้าดื่มยา 4 พลัง หรือ 5 พลัง น้ำสมุนไพรในตัว และดื่มน้ำถ่านแทนน้ำธรรม พร้อมกับสูดดมไอของน้ำมันเขียวจากน้ำร้อน จะทำให้หายใจคล่องขึ้น และทำกายบริหารออกกำลังกายในห้องพัก ข้าพเจ้าก็ทำตามเท่าที่ทำได้

แต่ยาเม็ดที่ 8 ได้ใช้มากกว่ายาเม็ดอื่น ๆ คือความไม่กลัวตาย ไม่กลัวโรค และกล้าที่จะยอมรับกับวิบากกรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเองในครั้งนี้ด้วยใจที่ผาสุก ยอมใช้หนี้ที่เคยทำมา  ปรับสมดุลไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็นอนพัก หายเหนื่อยแล้วก็ลุกขึ้นมาบำเพ็ญกับพี่น้องและปรับสมดุลร้อนเย็นต่อไป

ดูแลทางกาย

อาการของโรคที่แสดงออกมาในแต่ละวันมีความแตกต่างกันจากอาการมากไปหาอาการน้อยเป็นลำดับ ๆ ดังนี้

วันที่ไปตรวจหาเชื้อคือวันที่ 17 มกราคม และผลการตรวจออกมาเมื่อวันที่ 18 มกราคม อาการที่พบก่อนหน้านั้น 2 วันคือเวลาช่วงเย็นของวันที่ 15 และ 16 มกราคม  มีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ เหงื่อออกตั้งแต่หัวไปจรดเท้า เจ็บทั่วตัว เข้าไปถึงในกระดูก ปวดตามหัวคิ้ว และเบ้าตา มีอาการวิงเวียน แสบคอ ไอแบบแห้งและมีไข้

นับตั้งแต่วันที่ 18 ถึงวันที่ 26 มกราคม ข้าพเจ้าต้องทำการกักตัวอยู่เฉพาะในห้องเป็นเวลา 10 วัน

อาการที่แสดงออกและได้ปรับสมดุลด้วยยา 9 เม็ด มีดังนี้

            วันที่ 18 มกราคม 2565

มีอาการไอแห้ง และเมื่อมีเสมหะจะขับออกทุกครั้ง มีอาการเวียนศีรษะ เจ็บกระดูกไปทั่วตัว และเมื่ออวัยวะของร่างกายสัมผัสกับน้ำจะมีอาการหนาวสั่น จมูกไม่ได้กลิ่นมีอาการคัดจมูก แต่ไม่มีน้ำมูก ต้องนอนห่มผ้าทุกครั้งแม้จะไม่เปิดแอร์ก็ตาม เวลาเดินบนพื้นห้องพักซึ่งเป็นกระเบื้อง ต้องสวมรองเท้าแตะทุกครั้งเพื่อไม่ให้เท้ากระทบความเย็นมากจนเกินไป

ปรับสมดุลโดยจะดื่มยา 4 พลังซึ่งมีส่วนผสมของตัวยาดังนี้

  1. ผงถ่าน 1 ช้อนชา
  2. น้ำปัสสาวะ (น้ำสมุนไพรในตัว) ½ แก้ว
  3. น้ำมันเขียวตราตรีมรกต 3-4 หยด
  4. น้ำสกัดสมุนไพรฤทธิ์เย็น 2-3 ช้อนโต๊ะ

โดยคนส่วนผสมให้เข้ากัน และดื่มเช้าและเย็น ตามด้วยดื่มน้ำอุ่นตาม 2-3 แก้ว และดื่มน้ำปัสสาวะวันละ 1 แก้ว ตอนเช้าพร้อมทั้งดีท็อก (สวนล้างลำไส้) 2 ขวดในช่วงเช้า และ 1 ขวดในช่วงเวลาเย็น

ระหว่างวันดื่มน้ำฟ้าทะลายโจน (ตากแห้ง) จำนวน 3-4 ใบ ในน้ำอุ่น โดยหยดน้ำมันเขียวตราตรีมรกต 3 หยดลงไป เต็มน้ำอุ่นลงไปดื่มจนความขมของฟ้าทะลายโจนไม่มี (ประมาณ 1 ลิตร)

รับประทานอาหารจืด คือหุงข้าวใส่ถั่วเขียว ทานกล้วยน้ำว้ากับข้าวสวยโรยเกลือ และอาหารสุขภาพที่พี่น้องจิตอาสาทำมาให้ สัปดาห์ละ 2 ครั้งทานวันละ 1-2 มื้อต่อวัน ดื่มน้ำถ่านประมาณ 1-2 ลิตรต่อวัน

วันที่ 19 มกราคม 2565

มีอาการเหมือนวันที่ 18 มกราคม แต่อาการเจ็บกระดูก อาการเวียนศรีษะและไอ ลดน้อยลง ปรับสมดุลเหมือนในวันที่ 18 มกราคม 2565

วันที่ 20 มกราคม 2565

มีอาการเหมือนวันที่ 19 มกราคม แต่อาการเจ็บกระดูก อาการเวียนศรีษะหายไป นอกนั้นอาการต่าง ๆ ยังคงเหลืออยู่

วันที่ 21 มกราคม 2565

อาการเจ็บกระดูก อาการเวียนศรีษะ อาการหนาว ๆ ร้อน ๆ หายไป ไม่มีน้ำมูกแล้วนอกนั้นอาการต่าง ๆ ยังเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย

วันที่ 22-25 มกราคม 2565

มีอาการไอเพียงอย่างเดียว จมูกเริ่มได้กลิ่นเป็นปกติดี

ตั้งแต่วันที่ 18-25 มกราคม 2565 ปรับสมดุลเหมือนกัน และรับประทานอาหารเหมือนกัน

วันที่ 26 มกราคม 2565 อาการไอแทบไม่มีแล้ว

ในวันที่ 26 มกราคม เวลา 19.00 นาฬิกา เจ้าของโรงแรมได้นำใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลมาให้และบอกว่าข้าพเจ้าว่าสามารถไปไหนต่อไหนได้ตามปกติ แต่จะต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง การกักตัวของข้าพเจ้าก็เป็นอันจบสิ้นลง ในเวลา 19.30 นาฬิกา รวมเวลาทั้งสิ้น 10 วัน (4 วันก่อนนั้นไม่ต้องกักตัว)ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2565 ข้าพเจ้าก็กลับมาอยู่กับครอบครัว แม่ พี่ น้อง ของข้าพเจ้าที่ต่างจังหวัด จนถึงวันที่บินกลับประเทศเยอรมนี

การได้กลับมาประเทศไทยในครั้งนี้ถือว่า
ข้าพเจ้าได้กลับมาเพื่อชดใช้วิบากกรรม ได้ใช้หนี้ที่ข้าพเจ้าได้เคยทำไม่ดี คิดไม่ดีกับคนอื่นไว้ และได้ใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรมในการดูแลตัวเองในช่วงที่ได้รับเชื้อ COVID-19
ทำให้เชื่อว่าการรักษาด้วยยา 9 เม็ดที่ท่านอาจารย์หมอเขียวได้นำมาเผยแพร่สามารถช่วยชีวิตของข้าพเจ้าให้รอดได้จริง ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอเขียวที่ได้กำเนิดศาสตร์แพทย์วิถีธรรมขึ้นมา ให้ชาวโลกได้อาศัย ได้เป็นหมอดูแลตัวเอง และยังสามารถได้ช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์อีกด้วยค่ะ สาธุ

Leave a Reply

Your email address will not be published.