ต้นเหตุของโรคทุกโรค : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

ต้นเหตุของโรคทุกโรค : พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

คิดแบบพุทธะจะเกิดสิ่งดี เรื่องดีอย่างเดียวไม่มีเรื่องร้ายเลย พวกเราต้องสอนมารไปเรื่อย ๆ จากนั้นกิเลสก็จะเปลี่ยนความคิดมาเป็นพุทธะ โรคร้ายทั้งหลายก็จะลดลงในวินาทีนั้นเลย แก้ปัญหาด้านวัตถุจะแก้ไขง่ายกว่าแก้ปัญหาทางด้านจิตใจ ยารักษาโรคชั้นยอด คือ ดีเกิดก็เป็นสุข ดีไม่เกิดก็เป็นสุข


 

คิดแบบพุทธะคือกำจัดโรคกายและเรื่องร้ายทุกอย่างได้ แต่ถ้าราคิดว่าเมื่อได้สมใจจะสุขใจไม่ได้สมใจจะทุกข์ใจเป็นความคิดที่ผิด เพราะมันจะเป็นตัวก่อโรคก่อเรื่องร้ายต่าง ๆ ทั้งมวล ควรสอนมารว่าคิดแบบแกนั้นมันมีแต่โทษ จะทำให้เกิดโรคกาย โรคใจต่อตัวเองและผู้อื่นชั่วกัปชั่วกัลป์ไม่มีวันสิ้นสุด

คิดแบบพุทธะจะเกิดสิ่งดี เรื่องดีอย่างเดียวไม่มีเรื่องร้ายเลย

พวกเราต้องสอนมารไปเรื่อย ๆ จากนั้นกิเลสก็จะเปลี่ยนความคิดมาเป็นพุทธะ โรคร้ายทั้งหลายก็จะลดลงในวินาทีนั้นเลย

ตัวมารมี 2 อย่าง คือสมใจในชั่วและสมใจในดี คือติดชั่วติดดี ถ้าได้ชั่วสมใจจะสุขใจไม่ได้ชั่วสมใจจะทุกข์ใจนี่คือมารชุดเลวสุด และมารดีขึ้นมาบ้างคือดีสมใจจะสุขใจ ดีไม่สมใจจะทุกข์ใจ เรียกว่ามารชั้นเซียน มารชั่วและดี จะมีอาการในจิตเราเหมือนกันคือสมใจสุขใจ ไม่สมใจทุกข์ใจ เช่น มารในชั่วก็จะไปติด รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่มีพิษ อาหารรสจัด รับประทานอาหารไม่สมดุล อยากดื่มเหล้า สูบบุหรี่ อยากดื่มน้ำอัดลม อยากดื่มกาแฟ เป็นต้น

จากคำกล่าวของท่านอาจารย์หมอเขียวในข้างต้นทำให้พบตัวมารที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวของผู้เขียนหลายตัวเหมือนกัน ตัวที่เห็นได้ชัด มารสมใจในชั่ว คือยังติดยึดอยู่กับความอยากได้ดั่งใจ ที่อยากให้ผู้อื่นได้ดีอย่างใจหมาย อยากให้ผู้อื่นทำตามอย่างที่ครูบาอาจารย์ของตัวเองได้สั่งสอนมา เมื่อท่านไม่ทำตามก็จะมีอาการทุกข์ใจเล็กน้อย ซึ่งตัวมารตัวนี้ตนเองก็ได้พยายามพากเพียรลด ละ เลิกได้มาเป็นลำดับ ๆ ยังไม่ได้หมดเกลี้ยงไปซะทีเดียว บอกตัวเองว่าจะต้องพากเพียรลด ละ เลิก อีกต่อไปจนกว่าจะหมดเกลี้ยงได้ในที่สุดค่ะ

ท่านอาจารย์ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า มารในดีคืออยากให้เกิดดีอย่างใจหมาย ถ้าดีเกิดอย่างใจหมายจะเป็นสุข ถ้าไม่เกิดดั่งใจหมายจะทุกข์ เช่น ถ้าโรคหายจะเป็นสุขใจ โรคไม่หายจะเป็นทุกข์ใจ อยากให้คนในครอบครัวนิสัยดี ถ้าเขานิสัยดีจะเป็นสุข ถ้าเขานิสัยไม่ดี จะเป็นทุกข์ กรณีนี้มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เขียนเองคือ เมื่อปีที่แล้วหลานสาวได้แยกทางกับสามี ก็ทุกข์ใจมากขนาดว่าได้เรียนรู้การดับทุกข์อริยสัจแล้วนะคะ แต่ก็ยังทุกข์อยู่ตั้ง 6 วัน มาถึงวันนี้เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้นก็ได้แต่หัวเราะให้กับตัวเอง หัวเราะให้กับความโง่ที่โดนมาร คือกิเลสลากไปขย้ำซะหมดสภาพเลยค่ะ

เหตุการณ์ในคราวนั้น ทำให้ได้รู้ว่าการดับทุกข์ที่แท้จริงก็คือต้องมาดับทุกข์ที่ใจเรานี่ หาสาเหตุทุกข์ให้เจอว่าทำไมทุกข์ พอสติสัมปชัญญะกลับมาก็เลยเห็นทุกข์ของตัวเองว่าที่ทุกข์กับหลานในคราวนั้นเพราะ ไม่อยากให้หลานเลิกกัน เพราะไปเสียดายสมบัติแทนหลานสาวที่ยกให้สามีเขาไป เลยทำให้ทุกข์ใจทั้ง ๆ ที่หลานสาวเขาไม่ทุกข์เลย ตรงกันข้ามเขาบอกว่าเขามีอิสระมีความสุขมากกว่าที่จะอยู่กับสมบัติของเขาด้วยซ้ำ ตัวผู้เขียนก็เลย อึ้ง และหยุดทุกข์เลย ไม่น่าโง่เสียท่าให้กิเลสเลยเรา มาถึงทุกวันนี้ผู้เขียนรู้สึกได้ว่าหลานสาวเขามีความสุขมาก เขาไม่มีความทุกข์ใด ๆ เลย อิสระที่เขาได้ในสิ่งที่ใจเขาต้องการนั้นแหละ คือเขาได้เดินมรรคของเขาเองตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ความทุกข์ก็เลยไม่มี แต่ตัวผู้เขียนนี่เองที่เข้าไปทุกข์แทนเขา

ท่านอาจารย์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า แก้ปัญหาด้านวัตถุจะแก้ไขง่ายกว่าแก้ปัญหาทางด้านจิตใจ ยารักษาโรคชั้นยอดคือดีเกิดก็เป็นสุข ดีไม่เกิดก็เป็นสุข มารทุกตัวจะทำให้เกิดทุกข์ที่ทุกข์ที่สุดในโลก คือ ทุกข์ใจ มันจะทำให้เกิดความกลัวคือถ้าได้สมใจจะสุขใจ ไม่สมใจจะทุกข์ใจ มันจะทำให้เราเกิดทุกข์ คือ ทำให้เรากลัวว่าจะไม่ได้สมใจ และถ้าได้สมใจก็กลัวว่าจะหมดไป

สุขปลอมจะอยู่ไม่นานอยู่แป๊บเดียวก็หมดไป

เหมือนกลุ่มฟองน้ำ ฟองน้ำ พยับแดด ต้นกล้วย มายากล ทั้งหมดนี้จะเกิดดับอย่างเร็วไม่จริง เหมือนกับกิเลสในสุขปลอม ทุกข์จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published.