อปริหานิยธรรม ธรรมที่เจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อมเลย

อปริหานิยธรรม ธรรมที่เจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อมเลย | สรุปใจ กิจกรรมงานกลุ่ม ห้องเรียนสาระธรรม

การชี้ขุมทรัพย์ คือองค์ประกอบของหมู่มิตรดี มันคือความหวังดีที่เบิกร่วมกันมา ที่คนที่ทำความดีร่วมกันมามากพอถึงจะมีสิทธิ์ได้ หากไม่ได้ทำความดีร่วมกัน ไม่ได้คบคุ้นกันมา ไม่เคารพศรัทธากันมากพอ ชี้ไปก็มีแต่จะเพ่งโทษถือสากลับ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะขาดทุนทั้งผู้ถูกชี้และผู้ชี้เอง


สรุปใจ: กิจกรรมตรวจงานคำคมสาระธรรม ว่าแต่ละท่านได้ประโยชน์อะไร เจอผัสสะอะไร เกิดสุขทุกข์อย่างไร กับการบำเพ็ญงานกลุ่ม

ช่วงสรุปใจวันนี้มีพี่น้องหลายท่านได้ออกมาแลกเปลี่ยนเล่าสภาวธรรมของตนจากการทำงานว่าเจอผัสสะในหมู่เล็กหมู่ใหญ่อะไรบ้าง แล้วเกิดสุขทุกข์อย่างไร

ซึ่งหัวข้อที่น่าสนใจวันนี้ ก็จะมีเรื่องของการเพ่งโทษถือสากันของพี่น้องในหมู่กลุ่มเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นมีพี่น้องในหมู่บางท่านพูดค่อนข้างเยอะ ช่างซักถามบ่อย จนบางครั้งก็กลายเป็นว่าไปพูดแทรกขณะที่คุรุกำลังพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่ จึงเป็นผัสสะทำให้เพื่องบางท่านเกิดความรำคาญว่าพูดเยอะจัง อยากฟังคุรุมากกว่า หรือมีการแนะนำติติงหรือชี้ขุมทรัพย์กันหรือมีผัสสะกันเองในกลุ่มย่อยบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ พอให้ได้คันหัวใจ พอให้ได้เห็นกิเลสตัวติดตัวยึดมั่นถือมั่นในเหลี่ยมมุมต่าง ๆ ของตน แต่พอมีสติรู้เท่าทันว่านี่คือการเพ่งโทษแล้งนะ นี่มันเป็นเพราะกิเลสเราเองนะ แต่ละท่านก็ปรับใจมาแก้ที่ตัวเองด้วยการล้างใจตนและพยายามไม่เพ่งโทษถือสาหมู่กลุ่มแทน และที่พิเศษไปกว่านั้น คุรุทั้ง 3 ท่านก็ได้ขยายธรรมเรื่องการเพ่งโทษถือสา เรื่องการชี้ขุมทรัพย์ เรื่องการบำเพ็ญกับหมู่มิตรดีอย่างไร ให้เจริญในธรรม ให้เกิดบุญกุศล เพื่อให้พี่น้องได้เกิดสัมมาทิฏฐิยิ่ง ๆ ขึ้น

——————–

💝คุรุ ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

การได้รับผัสสะหรือการชี้ขุมทรัพย์ มันคือองค์ประกอบของหมู่มิตรดี มันคือความหวังดีที่เบิกร่วมกันมา ที่คนที่ทำความดีร่วมกันมามากพอถึงจะมีสิทธิ์ได้ คนที่ไม่ได้ทำดีร่วมกันมามากพอ แม้ขอให้เพื่อนชี้ขุมทรัพย์ ก็จะไม่มีใครให้ เพราะผู้ให้หรือผู้ชี้เองก็ต้องเสี่ยง ต้องประมาณและต้องใช้พลังอย่างมากในการชี้ หากประมาณผิด หากไม่ได้ทำความดีร่วมกัน ไม่ได้คบคุ้นกันมา ไม่เคารพศรัทธากันมากพอ ชี้ไปก็มีแต่จะเพ่งโทษถือสากลับ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะขาดทุนทั้งผู้ถูกชี้และผู้ชี้เอง แต่ถึงอย่างไรก็ควรจะชี้ขุมทรัพย์กันด้วยความกรุณา และไม่ควรชี้กันด้วยจิตที่มีกิเลสหรืออคติลำเอียง การงานจะเป็นตัวช่วยให้เราประเมินเพื่อนได้ถูกได้ง่ายขึ้น การคุยแต่สภาวธรรมกันอย่างเดียวโดยไม่ได้ทำการงานร่วมงานกันมันจะเจ๊ง เพราะมันไม่ได้รู้จักกันจริง ๆ คนเราจะรู้จักกันก็ต่อเมื่อได้ทำการงานร่วมกัน ทำการงานไปก็ดูอินทรีย์พละเพื่อนไป แล้วก็ดูอินทรีย์พละตัวเองไปด้วยเช่นกัน

——————–

💝คุรุ ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

จริง ๆ เห็นพี่น้องได้เล่ากันมาก็ทำถูกกันแล้ว คือมุ่งเป้าที่ตัวเอง ไม่ไปเพ่งโทษเพื่อน อาศัยเพื่อนเป็นผัสสะให้เห็นกิเลสแล้วมาล้างใจที่ตัวเอง ผัสสะของเราบางทีบางท่านก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเหมือนเรา บางท่านกลับรู้สึกดีด้วยซ้ำ สรุปคือผัสสะของใครก็ของใคร มีอะไรก็มาคุยกันต่อหน้าอย่างนี้ผมว่าไม่มีปัญหาหรอก ที่มีปัญหาส่วนมากเราไม่ได้มาคุยกัน แต่ไปคุยลับหลังกันอะไรกัน ถ้าเปิดใจกันมีอะไรก็พูดกันเตือนกัน ก็ใช้องค์ประกอบของหมู่มิตรดีนี่แหละครับ

——————–

💝คุรุ พุทธพรฟ้า | วรางคณา ไตรยสุทธิ์

ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าทำไมพี่น้องกลุ่มสาระธรรมเรายังคงทนอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ คือทนแบบไม่ต้องทน แต่มันคือการเห็นประโยชน์เห็นคุณค่า ซึ่งก็เป็นไปตามเป้าหมายที่อาจารย์หมอเขียวท่านได้พากเพียรพร่ำสอนพวกเรามา คือ การศึกษาของสถาบันวิชชาราม จะไม่ใช่แค่การเรียนวิชาการ และทักษะความรู้อย่างเดียว จะต้องพัฒนาจิตวิญญาณสู่มนุษย์ที่มีปัญญาแล้วก็สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ และสิ่งที่พี่น้องได้แลกเปลี่ยนกันมาวันนี้นี่คือมรรคผลที่ชัดเจน

——————–

โยธกา รือเซ็นแบร์ก | แจ้งศีล

ประทับใจและได้ประโยชน์จากคุรุ ที่แนะนำ คนเราถ้าคุยแค่ธรรมมะและเล่าสภาวธรรมกันอย่างเดียว จะไม่สามารถดึงกิเลสได้ จะต้องมาทำงานร่วมกันจึงจะเห็นกิเลสตัวที่แอบซ่อนอยู่ ยิ่งคนที่มีอัตตามาก เวลาที่ถูกพี่น้องชี้แนะ อัตตาจะพุ่งออกมาให้เห็น เพราะทนฟังไม่ได้ นักปฏิบัติธรรมที่ได้แต่ภาษาพูดและเขียน เวลากระทบผัสสะใจจะไม่นิ่ง แต่ถ้าคนที่ล้างกิเลสได้จริง จะไม่มีอัตตาเวลาเจอผัสสะมากระทบ ก็จะไม่หวั่นไหว ควรศรัทธาในความดีของพี่น้อง และระวังการเป็นโทษกันเอง ให้ประมาณในการพูด ควรฝึดพูดให้กระชับได้ใจความคิดถึงประโยชน์ของเราหรือของพี่น้องที่จะได้รับเป็นหลัก


มัณฑนา ชนัวร์ร | ศีลประดับ

รู้สึกยินดี ที่เห็นคุรุและพี่น้อง ชี้ขุมทรัพย์กัน ด้วยความเมตตา เห็นถึงความเพียรพยายามในการขัดเกลาซึ่งกันและกันทั้งงานนอกและงานใน รู้สึก รู้สึกถึงความเข้มแข็งของจิตใจตัวเองกับการรับคำติคำวิจารณ์ได้มากขึ้น ได้ประโยชน์และประทับใจทุกครั้งที่เวลาที่คุรุขยายธรรม เช่นวันนี้คุรุก็แนะนำ เรื่องการประมาณในการพูด เรื่องความศรัทธาซึ่งกันและกัน

——

บัณทิตา โฟกท์ | มุกแสงธรรม

สัปดาห์นี้ ตั้งศีลว่าจะนำเสนองานแค่ 1 งาน เพื่อลดความโลภอยากนำเสนองานมากกว่า 1 งาน แต่ประทับใจคำคมที่เพื่อนส่งมา เลยทำไป 2 งาน และคิดอยากนำเสนอทั้ง 2 งาน โดยลืมไปว่าได้ตั้งศีลไว้ แต่พอดีพี่น้องในกลุ่ม ตัดรอบไปว่ามีงานกลุ่มเท่านี้ จึงทำให้ไม่ได้นำเสนองานที่ 2 แต่ใจก็ยังอยากนำเสนออยู่ จึงระลึกถึงศีลที่ตั้งไว้ จึงทำให้ความอยากนำเสนองานสลายไปได้

วันนี้ รู้สึกประทับใจที่ พี่น้องในกลุ่มแลกเปลี่ยนสภาวธรรมกัน และคุรุก็อธิบายและขยายธรรมให้เข้าใจมากขึ้น ซึ่งทำให้ยิ่งฟังยิ่งเบิกบาน จนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก

จากเหตุการณ์วันนี้ทำให้นึกถึงคำสอนอาจารย์หมอเขียว จาก “คำคมเพชรจากใจเพชร” ว่า

คนในโลกมีบุญคุณกับเราทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดก็เป็นครูของเรา ว่าจะทำอะไรเกิดผลอย่างไร

———————

ขวัญจิต เฟื่องฟู | สร้างสงบ

วันนี้ฟังคุรุขยายธรรมเรื่อง ระวังการเพ่งโทษ และให้รู้จักประมาณในการพูด ว่าเพื่อนรับได้ขนาดไหน ควรพูดด้วยความเมตตากรุณา ฟังเพลินจนไม่อยากให้จบเลย ระหว่างที่ฟังคุรุขยายธรรม เห็นตัวเองยังพร่องอยู่ ยังพูดสื่อสารและจับใจความให้กระชับไม่ได้ รู้สึกเคารพศรัทธาในตัวคุรุและพี่น้อง รับรู้ได้ถึงความเมตตาความจริงใจที่มีให้กัน ขอบพระคุณที่เปิดโอกาสให้ได้เข้ามาร่วมบำเพ็ญในห้องเรียนสาระธรรม

สิ่งที่ได้จากห้องเรียนสาระธรรม

  • ทำให้มีความกล้าพูดต่อหน้าพี่น้องมากขึ้น
  • ได้ดูใจตัวเอง ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งตรวจงานเสร็จ
  • ได้เห็นเห็นอาการขึ้นขึ้นลงลงของใจ
  • ได้ฟังคุรุขยายธรรม ได้หมู่มิตรดี
  • สาธุ

———————

พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

เรื่องงาน ได้เรียนรู้เทคนิคการทำ ภาพประกอบคำคมต่างๆ พี่น้องในหมู่กลุ่ม ช่วยกันตรวจเช็คความถูกต้องของงานด้วยความรักสามัคคีกัน

สภาวธรรมในหมู่ใหญ่ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ พี่น้องในหมู่แลกเปลี่ยนสภาวธรรมกันนานที่สุด และได้ประโยชน์มากที่สุดเท่าที่ตัวเองได้มาอยู่ในห้องสาระธรรม ได้รับความครื้นเครงสนุกสนาน ในการร่วมอปริหานิยธรรม คุรุทุกท่านพร้อมด้วยพี่น้อง เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง

——————–

อรวิภา กริฟฟิธส์

รู้สึกถึงความสนิทสนม ความเป็นพี่เป็นน้องกันมากขึ้น ในการนำเสนองานเข้าหมู่ใหญ่ ก็ทำกันไปแบบไม่ยึดมั่นถือมั่น ว่าหมู่ต้องเห็นด้วยกับเราหรือต้องเห็นด้วยกับหมู่ แต่ก็พร้อมที่จะยอมรับความเห็นต่างด้วยใจที่ยินดี รู้สึกยินดีกับพี่น้อง ที่มีการพัฒนาฝีมือในการทำภาพประกอบสาระธรรมกันมากขึ้น ก็ได้ตรวจใจตัวเองเหมือนกันว่าเราอยากทำไหม แต่ก็ไม่อยากทำนะ ณ เวลานี้ ยินดีที่จะเป็นผู้ติชมมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ร่วมฟังตอนพี่น้องแลกเปลี่ยนสภาวธรรม เพราะไปเข้าห้องเรียนทบทวนธรรม ขอขอบคุณพี่น้องสาระธรรมทุกท่าน ที่ยังมีสาระดี ๆ มาแลกเปลี่ยนกันทุกสัปดาห์ สาธุ

———————

ชาลิตา แลงค์

สัปดาห์นี้ นำเสนองานโดยมีรูปแบบที่แหวกแนวจากสไตล์ของแพทย์วิถีธรรม ไม่แน่ใจว่าเราจะผ่านไหม แต่ก็อยากจะลองส่งดู ลองเสนอดี สลายอัตตา งานจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ได้ ใจเรามีความสุขและประสบความสำเร็จตั้งแต่ตอนที่เสนอแล้ว รู้สึกทั้งลุ้นทั้งเบิกบาน กับวิจารณ์งานในความคิดเห็นต่างของพี่น้อง ข้าพเจ้ารู้สึกว่าใจที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น ว่างานจะผ่านหรือไม่ก็ได้นี่ มันเบาสบายดีจริง ๆ ต่างกับตอนที่ลุ้นอยากให้งานผ่าน ที่มันจะเกร็ง ๆ หนัก ๆ ทุกข์ ๆ 

สรุป คุรุและพี่น้องเพื่อนนักศึกษาก็โหวตงานแนวใหม่ที่เรานำเสนอนี้ให้ผ่านเผยแพร่ได้

———————

ปิ่น คำเพียงเพชร 

องค์ประกอบการบำเพ็ญการงานกับหมู่มิตรดี เป็นเครื่องมือชั้นดีที่จะทำให้ได้เห็นกิเลส คือรางวัลของนักบำเพ็ญ ทำงานไปแล้วสามารถเห็นกิเลสได้นี่ก็คุ้มแล้ว ยิ่งสามารถหักคอกิเลสได้ดวยนี่ยิ่งคุ้มแสนคุ้มจริง ๆ ชีวิต

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ได้เห็นบรรยากาศของการอปริหานิยธรรมที่อบอุ่นของพี่น้องหมู่มิตรดีทีมสาระธรรมอีกครั้ง หลังจากช่วงกิจกรรมตรวจและโหวตงานผ่านไป พี่น้องต่างก็ออกมาสรุปใจสนทนาแลกเปลี่ยนเล่าสภาวธรรมกันหลายท่านว่าเจอผัสสะในหมู่เล็กหมู่ใหญ่แล้วเกิดกิเลสสุขทุกข์อย่างไรกันบ้าง และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ วันนี้คุรุแต่ละท่านก็ได้ให้สัมมาทิฏฐิเรื่องการเพ่งโทษและการชี้ขุมทรัพย์กับพี่น้องเพิ่มเติมด้วย ซึ่งยิ่งทำให้พี่น้องรู้สึกอบอุ่นและเจริญในธรรมกันยิ่งขึ้น

มีผัสสะเรื่องการแก้งานพอให้ได้เห็นกิเลสอาการคันหัวใจ และได้ฝึกล้างใจฝึกวางใจ คือมีจุดควรแก้อยู่บ้าง แต่มติหมู่มิตรดีส่วนใหญ่ไม่ให้แก้ แต่ใจอยากแก้แก้

ส่วนผัสสะเรื่องใจโดยเฉพาะคือ ตอนที่มีพี่น้องติว่ารำคาญที่เราพูดเยอะไป พูดแทรกคุรุ ซึ่งมันทำให้เห็นอาการขุ่นใจนิด ๆ และได้ฝึกล้างฝึกวางใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published.