ความจนที่เบิกบาน : มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม

ความจนที่เบิกบาน : มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆ ลม ฟ้า)

ได้มีโอกาสเข้าฟังธรรมะของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ตอนเช้าของวันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 06.00 น. -07.00 น. ท่านครูพูดถึงเรื่องความจน พอเป็นคนจนแล้ว ก็ต้องอยู่เป็นหมู่อยู่รวมกัน พอมาอยู่รวมหมู่กันแล้ว ก็ขยันทำงาน คนจนต้องขยัน ถ้าขี้เกียจก็อด การที่มาอยู่รวมหมู่นั้น คนจน ไม่มีตัวตน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทำมาก ๆ พอเหลือก็เกื้อกูล เผื่อแผ่ออกไป กินน้อย สร้างสรรค์มาก ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนปัดกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน ส่วนบุญต่างคนต่างทำ ตายมีคนช่วยเผา

ซึ่งก็สอดคล้องกับคำตรัสของพระพุทธเจ้า ที่ใช้หลักสาธารณะโภคี สาธารณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 ในช่วงท้ายของรายการธรรมะพ่อครู ท่านได้พูดถึง นามสกุลของชาวอโศก ได้รวบรวมที่มีคำว่าจน พอได้ยินได้ฟัง ก็รู้สึกยิ้มตาม ไม่ว่าจะเป็น ชื่นใจจน, จนสุขสำราญ, กล้าจน, จนมหัศจรรย์ (อันนี้ยังไม่มีคนใช้ พ่อครูเพิ่งคิดให้)

เป็นจริงอย่างที่พ่อครูว่า คนจน ถ้าไม่ขยัน ก็ไม่รอด คนจน ถ้าไม่มาอยู่รวมหมู่รวมกลุ่มก็ลำบาก การรวมหมู่กัน ประโยชน์คือคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และคนจน ไม่มีอัตตา ตัวตน สภาพความจนคือความไม่มี แต่คนรวย คือสภาพมีมาก ๆ เสริมกิเลสไปเรื่อย ๆ อัตตาก็โตขึ้นเรื่อย ๆ พอมามองย้อนดูตัวเอง แต่ก่อนที่เคยเป็น อยากได้อะไร ก็ไปซื้อมา มองเห็นอัตตาตัวเอง ความเอาแต่ใจตัวเอง ความใจร้อน เพ่งโทษคนอื่น คอยแต่จะเอาจากคนอื่น มองไม่เห็นความผิดตัวเอง อยากได้อะไรก็จะไปไขว่คว้ามาให้ได้ ข้าพเจ้าเคยซื้อหมวกใบเดียวกัน ถึง 2 ใบ เพราะตอบสนองกิเลสตัวเอง ที่หมวกหายไป พอหมวกหายใบหนึ่่ง ก็ไปซื้อหมวกใบเดิมมาอีก เหตุเพราะหมวกใบนั้น ยี่ห้อเหมือนชื่อข้าพเจ้า เท่านั้นเอง เห็นความโง่ของตัวเอง

เงินมีความสำคัญ เพราะเราถูกสอนให้คิดว่า ต้องทำงานเพื่อหาเงิน มีเงินทำได้ทุกอย่าง สัญญาเดิมบอกว่า คนที่มีเงินมาก ๆ คือ คนที่มีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต สมัยก่อนเวลาเลี้ยงรุ่นกัน เพื่อน ๆ ก็จะคุยกันแต่เรื่องเงิน ทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ ไม่มีใครถามเลยว่า มีความสุขไหม ชีวิตเป็นอย่างไร พอมาหลัง ๆ ข้าพเจ้าก็เลยตัดสินใจไม่ไปร่วมสังสรรค์แบบนั้นแล้ว แม้เงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่ได้ทำได้ทุกอย่าง ไม่ได้นำความสุขมาให้อย่างแท้จริง แถมคนมีเงินมาก ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีความสุขเท่าคนไม่มีเงิน เงินเป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมา เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการเท่านั้น หรือ พูดง่าย ๆ คือ เพื่อสนองความต้องการ สนองกิเลสตัวเอง บางคนใช้เงินเป็นเครื่องเสพ สนองอัตตาตัวเอง พระพุทธเจ้าเปรียบเงินเหมือน อสรพิษ นำอันตรายมาให้ถ้าได้ครอบครอง

จนกระทั่งสถานการณ์พาให้มาจนขึ้นเรื่อย ๆ จากความทุกข์ใจ ค่อย ๆ ยอมรับและเริ่มผาสุก กว่าจะคลายความทุกข์ใจได้ ก็ใช้เวลานานเหมือนกัน ความคิดวนเวียนอยู่หลายปี จนตกตะกอน มองเห็นประโยชน์ของความจนคือ ไม่มีอัตตา ตัวตน พอไม่มี ไม่ต้องไปกังวล กลัวว่ามันจะหายไป เหมือนคนอยู่ที่สูงกับคนอยู่ติดดิน ตกอย่างไรก็ไม่เจ็บ เพราะอยู่ติดดิน ความจนทำให้เราสำรวม คิดใคร่ครวญและรอบคอบมากขึ้น

2 thoughts on “ความจนที่เบิกบาน : มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม”

  1. บัณฑิตา โฟกท์ มุกแสงธรรม

    กราอนุโมทนาสาธุค่ะอ่านแล้วเหมือนได้ฟังธรรมกับท่านพ่อครูไปด้วยเลยค่ะเขียนถ่ายทอดได้ดีค่ะ

  2. บัณฑิตา โฟกท์ มุกแสงธรรม

    กราบอนุโมทราสาธุค่ะ อ่านแล้วได้สภาวธรรมตามค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.